เจอร์ราร์ด บัตเลอร์ พระเอกผู้มาพร้อมกับระเบิด

เจอร์ราร์ด บัตเลอร์ เจ้าพ่อหนังแอคชั่น
กำลังจะพาความระทึกให้แฟนหนังได้กลับมาลุ้นกันอีกครั้ง
เมื่อกัปตันเรือดำน้ำที่ไม่เคยออกศึกมาก่อนต้องร่วมมือกับหน่วยซีลเพื่อช่วยเหลือประธา
นาธิบดีรัสเซียที่ถูกจับเป็นเชลย
หลังจากเกิดการปฏิวัติโดยทหารที่มีผู้นำคืออดีตนายพลรัสเซียที่แปรพักตร์เพื่อหวังจะจุ
ดชนวนสงครามโลกครั้งที่ 3

เจอราร์ด บัตเลอร์ ที่คราวนี้รับหน้าที่ทั้งแสดงและอำนวยการสร้าง
โดยตัวเขาและผู้จัดการ อลัน ซีเกล ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทโปรดักชัน จีบีเอเอสอี ขึ้นมา
โดยร่วมกันสร้างภาพยนตร์โดยประเดิมด้วย Law Abiding Citizen ที่กำกับโดยเอฟ.
แกรี เกรย์ นำแสดงโดยบัตเลอร์ประกบเจมี ฟ็อกซ์

นอกเหนือจาก London Has Fallen แล้ว
ผลงานการอำนวยการสร้างของพวกเขายังรวมถึง Septembers of Shiraz
หนังทริลเลอร์ที่เล่าเรื่องครอบครัวชาวยิวผู้ร่ำรวยในเตหะรานหลังจากเกิดการปฏิวัติได้
ไม่นาน ภาพยนตร์เรื่องนี้ภายใต้การกำกับของเวย์น แบลร์
นำแสดงโดยนักแสดงรางวัลอคาเดมี อวอร์ด เอเดรียน โบรดี้ ร่วมด้วย ซัลมา
ฮาเย็คและโชเรห์ แอ็กแดชลู

นอกจากนี้
ผลงานภาพยนตร์ยอดนิยมของเขาที่คนดูต้องนึกถึงได้แก่ภาพยนตร์โดยแซ็ค
สไนเดอร์เรื่อง 300 ในบทกษัตริย์ลีโอไนดัส, The Bounty Hunter ที่กำกับโดยแอนดี้
เทนเนนท์, The Ugly Truth ภาพยนตร์โดยโรเบิร์ต ลูเคติค, Nim’s Island
ภาพยนตร์โดยเจนนิเฟอร์ แฟล็คเก็ตต์และมาร์ค เลวิน, P.S. I Love You
ภาพยนตร์โดยริชาร์ด ลากราวีนิส ประกบฮิลลารี สแวงค์, The Phantom of the
Opera ภายใต้การกำกับของโจเอล ชูมัคเกอร์, Lara Croft Tomb Raider: The
Cradle of Life ภาพยนตร์โดยาน เดอ บอนท์, และ Olympus Has Fallen
ภาคก่อนหน้าของ London Has Fallen โดยภาพยนตร์เรื่องหลังนี้
เป็นฝีมือการกำกับของอองตวน ฟูกัว โดย บัตเลอร์ รับบทไมค์ แบนนิง
ที่เป็นจุดเริ่มต้นของสมยานาม พระเอกผู้มาพร้อมกับระเบิด

ประวัติส่วนตัวของ บัตเลอร์ เขาเกิดในสก็อตแลนด์
โดยเริ่มแสดงละครเวทีครั้งแรกเมื่ออายุ 12 ปีในมิวสิคัลเรื่อง Oliver!
ที่โรงละครคิงเธียเตอร์ที่มีชื่อเสียงในกลาสโกว์ เมื่อโตขึ้น
เขาศึกษาด้านกฎหมายเป็นเวลา 7 ปี ก่อนจะหวนคืนสู่เวทีละครอีกครั้งในกรุงลอนดอน
ในปี 1996 เขาได้รับบทนำในละครเวที Trainspotting หลังจากนั้น
เขาได้แสดงละครเวทีลอนดอนอีกหลายเรื่อง เช่น Snatch และละครโดยเทนเนสซี

วิลเลียมส์โปรดักชันของดอนมาร์ แวร์เฮาส์ Suddenly, Last Summer ประกบราเชล
ไวส์ นักแสดงสาวเจ้าบทบาท

นอกจากนี้ เขายังอุทิศงานเพื่อการกุศลด้วยการเดินทางไปแจกอาหารในลิเบเรีย
ร่วมกับแมรี มีลส์
องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการแจกอาหารให้กับเด็กวัยเรียน ปัจจุบัน
โครงการนี้ดำเนินไปใน 16 ประเทศ และได้แจกอาหารให้กับเด็กกว่า 800,000 คน
เขายังเป็นสมาชิกบอร์ดอาร์ติสท์ ฟอร์ พีซ แอนด์ จัสติส (เอพีเจ) ซึ่งเป็นองค์กรระดมทุน
ที่ก่อตั้งในปี 2009 ในฐานะองค์กรระดมทุนที่สนับสนุนสันติภาพ
ความยุติธรรมทางสังคม ความยากจน และการสร้างเครือข่ายใชุมชนต่างๆ
ทั่วโลกอีกด้วย

เขายังเป็นสมาชิกบอร์ดอาร์ติสท์ ฟอร์ พีซ แอนด์ จัสติส (เอพีเจ) ซึ่งเป็นองค์กรระดมทุน
ที่ก่อตั้งในปี 2009 ในฐานะองค์กรระดมทุนที่สนับสนุนสันติภาพ
ความยุติธรรมทางสังคม ความยากจน และการสร้างเครือข่ายใชุมชนต่างๆ
ทั่วโลกอีกด้วย…

View More เจอร์ราร์ด บัตเลอร์ พระเอกผู้มาพร้อมกับระเบิด

5 ภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการทำอาหาร

อย่างที่ทราบกันว่าภาพยนตร์นั้นมีการผลิตออกมาหลากหลายแนว
ซึ่งแต่ล่ะเรื่องแต่ล่ะแนวนั้นก็จะให้ความบันเทิงที่ไม่เหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นแนวแอคชั่นบู๊ล้างผลาญที่ให้ความรู้สึกกับผู้ชมได้ปลดปล่อย
หรือจะเป็นแนวสารคดีข้อคิดอิงประวัติศาสตร์ก็จะเป็นเชิงความรู้เป็นการ
เล่าเรื่องต่างๆ
แต่ทว่าวันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงภาพยนตร์เหล่านั้น
แต่เราจะมาพูดถึงภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการทำอาหารกันบ้าง
ที่ไม่เพียงเป็นแค่สิ่งที่เรารับประทานเข้าไป
แต่มีอะไรที่ลึกซึ้งไปมากกว่านั้น
มีการพูดถึงประวัติต้นตำรับที่มากกว่าจะเป็นอาหารที่เราได้รับประทานกันในทุกวันนี้
โดยเรามี 5 ภาพยนตร์เกี่ยวกับการทำอาหารมาแนะนำกัน
1.Jiro Dreams of Sushi
เอาใจคออาหารญี่ปุ่นอย่าง ซูชิ
ที่เชื่อว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักอาหารชิ้นนี้ โดย Jiro Dreams of Sushi
เป็นภาพยนตร์สารคดีที่เล่าไปถึงเรื่องราวของจิโระ โอโนะ นักปั้นซูชิวัย
85 ปีในโตเกียวที่ได้มิชลินสตาร์ถึงสามดาว
ผ่านความรู้สึกของบุคคลรอบข้างอย่างลูกทั้งสองคน ลูกน้อง
และนักชิมอาหาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจ เข้มงวด ละเอียดอ่อน
และพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการทำซูชิแต่ละชิ้นจนกว่าจะเสิร์ฟถึงลูก
ค้า เรียกได้ว่าการจะถึงมือลูกค้าต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ
ไม่ใช่ง่ายๆเลยทีเดียว
2.The Hundred-Foot Journey
เรื่องราวของครอบครัวชาวอินเดียที่อพยพจากมุมไบไปเปิดร้านอาหารในฝรั่งเศส
ทีเด็ดคือการเปิดร้านอาหารอินเดียแข่งกับภัตตาคารฝรั่งเศสหรูระดับมิช
ลินสตาร์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม งานนี้เลยต้องฟาดฟันห้ำหั่นกันด้วย ‘อาหาร’
ที่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการแบ่งชนชั้นและการตั้งกรอบแห่งวัฒนธรรมของแต่ละชนชาติไปพร้อมกัน
เมนูเด็ดของเรื่องนี้จะทำให้คุณรู้สึกหิวจนท้องร้องอย่างแน่นอน
3.The Lunchbox
อีกหนึ่งภาพยนตร์อินเดียที่ครองใจใครหลายคน
เรื่องราวของแม่บ้านคนหนึ่งในมุมไบที่ส่งปิ่นโตไปให้สามีกินในตอนกลางวัน
เพื่อหวังจะประสานความสัมพันธ์ให้กลับมาหวานเหมือนเดิม
แต่ปิ่นโตดันส่งผิดไปถึงมือชายคนหนึ่งที่ตกหลุมรักอาหารของเธอ
จากนั้นทั้งสองก็สื่อสารกันผ่านจดหมายที่แนบไปกับปิ่นโต
แม้หนังจะมีฉากปรุงอาหารอยู่ไม่มาก
แต่ก็ทำให้เราหิวอาหารอินเดียได้เหมือนกัน
4.Big Night
เรื่องราวของสองพี่น้องพรีโมและซีคอนโด
ที่เดินทางจากอิตาลีมาอเมริกาเพื่อเปิดร้านอาหาร
หนังมีประเด็นน่าสนใจว่ามีลูกค้าหลายรายไม่ชอบรสชาติอาหารอิตาเลียนดั้งเดิม
ทำให้ขาดทุนเพราะไม่มีคนกิน
แต่คนพี่ก็ยืนกรานว่าจะทำอาหารแบบนี้ต่อไป ไม่ยอมเปลี่ยนสูตร
ทำให้ต้องไปหยิบอาหารอิตาลีแทบจะทุกเมนูทั้งพาสต้า ลาซานญ่า
และพิซซ่า ให้ดูกันจนอิ่มหนำสำราญเรียกน้ำลายคนดูกันเลยทีเดียว
5.Burnt
เรื่องราวของเชฟมิชลินสตาร์สองดาวประจำร้านอาหารในกรุงปารีส
ที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อไต่ขึ้นไปสู่การเป็นเชฟสามดาวให้ได้
นอกจากหนังจะเล่าเรื่องราวชีวิตของพระเอกที่ต้องผ่านเรื่องราวอันโหด
ร้ายในโลกนอกห้องครัวแล้ว
แน่นอนว่ามีฉากโชว์การทำอาหารฝรั่งเศสหน้าตาดีมากมายหลายฉาก…

View More 5 ภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการทำอาหาร

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1991 : Terminator 2: Judgment Day

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1991
เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Terminator 2:
Judgment Day หรือ ฅนเหล็ก 2029 ภาค 2
ภาพยนตร์ภาคต่อของซีรี่ส์คนเหล็ก ที่ได้ อาร์โนลด์
ชวาร์เซเน็กเกอร์ รับบทนำ ภายใต้ฝีมือผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอน
ภาพยนตร์เรื่อง Terminator 2: Judgment Day หรือ
ฅนเหล็ก 2029 ภาค 2 กล่าวถึงเรื่องราว 10 ปี หลังจาก ซาราห์
คอนเนอร์ ทำลายหุ่นยนต์สังหาร T-800 ได้ในภาคแรก ในปี ค.ศ.
1991 หุ่นยนต์สังหารรุ่นใหม่ รุ่น T-1000
ถูกส่งย้อนเวลามาเพื่อสังหาร จอห์น คอนเนอร์
ผู้นำฝ่ายกบฏต่อต้านหุ่นยนต์ในอนาคต
ฝ่าย จอห์น คอนเนอร์ ในอนาคต ก็ได้ส่งหุ่นยนต์สังหาร T-800
รุ่นเดียวกับในภาคแรกที่ถูกยึดมาได้
และได้รับการตั้งโปรแกรมใหม่ ให้มีภารกิจคุ้มครอง จอห์น และ
ซาราห์ คอนเนอร์ ให้รอดพ้นจากการตามล่าของ
หุ่นยนต์สังหารรุ่น T-1000
ภาพยนตร์ Terminator 2: Judgment Day หรือ ฅนเหล็ก
2029 ภาค 2 ถือว่าสานต่อความสำเร็จจากภาคแรกในปี 1984
ได้เป็นอย่างดี เพราะกวาดรายได้ทั่วโลกไปมากถึง 520
ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้างมโหฬารเกือบ 100 ล้านดอลลาร์
ซึ่งการที่งบประมาณพุ่งสูงแตะหลัก 100 ล้านดอลลาร์
สืบเนื่องมาจากสิทธิในหนังฅนเหล็กเกิดมีการเปลี่ยนมือไปต
กอยู่กับ มาริโอ คาสซาร์ ผู้อำนวยการสร้างเจ้าบุญทุ่มแห่งบริษัท
Carolco ที่ปล่อยงานดีอย่าง Rambo ทั้ง 3 ภาค, DeepStar Six,
Total Recall และ Air America ออกมาอวดสายตาชาวโลก
สุดท้ายก็อย่างที่เห็น เจมส์ คาเมรอน พา Terminator 2:
Judgment Day หรือ ฅนเหล็ก 2029 ภาค 2 ครองใจผู้ชมทั่วโลก
พร้อมกวาดออสการ์ 4 สาขา มานอนกอด ประกอบด้วย
เมคอัพยอดเยี่ยม, เทคนิคพิเศษ, บันทึกเสียง และ
ซาวน์เอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม
ส่วนเสียงตอบรับของนักวิจารณ์ก็เป็นที่น่าพอใจ
ซึ่งอาจเป็นเพราะ Terminator 2: Judgment Day หรือ ฅนเหล็ก
2029 ภาค 2 พล็อตเรื่องเร้าใจยิ่งขึ้น
เพราะมันไม่ได้มีแค่การไล่ล่าระหว่างหุ่นดีกับหุ่นชั่วเท่านั้น
แต่ยังเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกแทรกลงไป
ตามด้วยการปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงอนาคต
ขณะเดียวกัน Terminator 2: Judgment Day หรือ
ฅนเหล็ก 2029 ภาค 2 ยังสอดแทรกอารมณ์ขันเอาไว้ด้วย
โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง จอห์น กับ T-800
ที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมอย่างยิ่ง
อย่างฉากที่ จอห์น สั่งให้ T-800 ห้ามฆ่าคนอีก
โดยการสาบาน ซึ่ง T-800 งงว่าการสาบานคืออะไร
เลยต้องมีการสอนกันอีก ตลอดทั้งเรื่อง เจมส์ คาเมรอน
ฉลาดมากที่ใช้อารมณ์ขันเหล่านี้ลดความตึงเครียด
ทำให้หนังออกมาครบเครื่อง พอดีคำตลอด 137 นาที ที่รับชม
สุดท้าย ฅนเหล็ก 3 กำเนิดใหม่เครื่องจักรสังหาร
ก็ได้รับการสานต่อเป็นภาคที่ 3 แต่น่าเสียดายที่ครั้งนี้ เจมส์
คาเมรอน รับแค่หน้าที่เขียนบท ปล่อยให้ โจนาธาน มอสทาว
กำกับ พร้อมด้วยปัญหาภายในที่ยี่งเหยิง ผลงานในปี 2003
จึงไม่เปรี้ยงอย่างที่คิด…

View More ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1991 : Terminator 2: Judgment Day

นิโคลัส เคจ อยู่รอดด้วยภาพลักษณ์หนังเก่า

หนังแอ็คชั่นควบคู่กับการผจญภัย
การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของผู้อํานวยการสร้าง เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์
กับดารานําชาย นิโคลัส เคจ ซึ่ง เคยสร้างความทรงจําดีๆ ให้แฟนหนังจากผล
งานสุดมัน Con Air และ The Rock ใน National Treasure ภาค 1 ซึ่งถูกมองว่าเป็น
ส่วนผสมของ Indiana Jones, Tomb Raider และ The Mummy

นิโคลัส เคจ มารับบทเบนจามิน แฟรงคลิน เกตส์ นักโบราณคดีนัก ผจญภัย
(คาแรกเตอร์เดียวกับตัวละครเอกใน หนัง 3
เรื่องที่เอ่ยชื่อมา)ตลอดชีวิตเบนจามินติดตามค้นหา
ขุมทรัพย์ที่ไม่มีใครเชื่อว่ามีอยู่จริง นั่นคือ ขุมสมบัติล้ําค่าของกลุ่มอัศวินผู้ทําหน้าที่
คุ้มครองชาวคริสต์เดินทางไปกรุงเยรูซาเลม

เขาเชื่อว่าลายแทงขุมทรัพย์ต้องอยู่ที่ไหนสัก
แห่งในอเมริกาเขาสืบจนพบว่าลายแทงสมบัติซ่อนอยู่
ด้านหลังแผ่นคําประกาศอิสรภาพของอเมริกาซึ่งอยู่ในความดูแลของ อบิเกล เชส
(ไดแอนครเกอร์) หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
เขาต้องไปขอความ ช่วยเหลือจากเธอ
และใช้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ระดับอัจฉริยะของเพื่อนคู่หู (จัสติน บาร์ธา)
ในการถอดรหัสลับ

เมื่อมีฝ่ายพระเอกก็ต้องมีฝ่ายผู้ร้าย..กลุ่ม ผู้ร้ายในหนังเรื่องนี้นําโดย เอียน ฮาว
(ฌอน ปืน) มหาเศรษฐีนักล่าสมบัติชาวอังกฤษ
ซึ่งทําทุกวิถีทางเพื่อเป็นเจ้าของขุมทรัพย์อันล้ําค่าการล่าสมบัติและไล่ล่านักล่าสม
บัติเกิด ขึ้นในหลายโลเคชั่น ไล่เรียงตั้งแต่ซากเรือ โบราณใต้อาร์กติก
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ สหรัฐฯ ห้องสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ อนุสาวรีย์ สําคัญๆ
ในวอชิงตัน ระฆังประกาศ อิสรภาพในฟิลาเดลเฟีย โบสถ์ทรินิตี้ใน วอลล์สตรีท
และสุสานใต้ดินในแมนฮัตตัน

จากโลเคชันและเรื่องราวดังกล่าว ทําให้ นักวิจารณ์บางคนมองว่า National Treasun
เป็นหนังผจญภัยที่จะทําให้ผู้ชมได้รับรู้เกรี ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

โดยเฉพาะการปฏิวัติ ในอเมริกา
และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านั้น

กว่าจะออกมาเป็น National Treasure หนังเรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อ 6 ปีก่อน ตอนที่ โอเรน
เอวีฟ คิดพล็อตหลักขึ้นมาได้ จากพล็อตหลัง ของเขา
หนังเรื่องนี้ต้องใช้คนเขียนบทถึง 9 คน จนกระทั่งได้บทสุดท้ายที่ใช้ในการถ่ายทํา
ซึ่ง เป็นเครดิตของ เท็ด เอลเลียต กับ เทอร์รี รอสซิโอ เจ้าของบทภาพยนตร์ Pirates
Of The Caribbean ทั้งภาค 1 ที่ออกฉายไปแล้ว และ ภาค 2 ที่กําลังลงมือสร้าง

ใครที่เคยชอบ Con Air, The Rock, Indiana Jones, Tomb Raider, The Mummy
ซึ่งมีบางแง่มุมเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กับ หนังเรื่องนี้ มีสิทธิ์ที่จะชอบ National Treasure
ไม่ต่างจากหนังทั้งหลายที่เอ่ยชื่อมาและยังสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ของอเมริกันไปในตัวอีกด้วย…

View More นิโคลัส เคจ อยู่รอดด้วยภาพลักษณ์หนังเก่า

Momotaro Sacred Sailors
นับเป็นอนิเมะยาวเรื่องแรกแห่งประเทศญี่ปุ่น โดยก่อนหน้านั้น อนิเมะส่วนใหญ่ถูก
สร้างขึ้นมักจะมีรูปแบบเป็นอนิเมะสั้นๆ ไม่กี่นาที ซึ่งนั่นก็เป็นรูปแบบที่ยึดถือปฏิบัติมาตลอดในการสร้างอนิเมะ แต่
Momotaro: Sacred Sailors ผลงานของ Mitsuyo Seo ออกฉายครั้งแรกในปี 1944
ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการอนิเมะญี่ปุ่นในฐานะที่เป็น อนิเมะยาวเรื่องแรกของญี่ปุ่น เนื้อเรื่องของอนิเมะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของนายทหารเรือชาวญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่
คนนึงที่ต้องทำสงครามเพื่อชัยชนะของจักรวรรดิญี่ปุ่น แน่นอนว่าการเนื่อเรื่องแบบนี้ ออกมาในช่วงปี 40s นี้
เหตุผลที่ทำให้มีการสร้างอนิเมะเรื่องนี้ก็คือเพื่อเป็น โฆษณาชวนเชื่อ ให้กับรัฐบาลญี่ปุ่น
แต่ไม่ว่าจะเพราะการมีตัวตนขออนิเมะเรื่องนี้ จึงทำให้เกิดการสร้างอนิเมะตอนยาวเรื่องอื่นๆเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
Kimba the White Lion
นับเป็นอนิเมะซีรีย์ภาพสีแรกแห่งประเทศญี่ปุ่น โดย Kimba the White Lion อนิเมะ
ในตำนานจากลายมือผลงานของปรมาจารย์อย่าง อ.เท็ตสึกะ โอซามุ ออกฉายในปี 1965 ทางช่องฟุจิทีวี
โดยเรื่องนี้นอกจากจะโด่งดังไปหลายๆ ประเทศแล้ว ยังรังสรรค์มาตรฐานใหม่ให้แก่วงการอนิเมะซีรีย์ญี่ปุ่นอีกอย่าง
ก่อนหน้านี้ อนิเมะที่ได้ทำเป็นภาพสีนั้น ส่วนมากจะเป็นอนิเมะที่เป็นตอนยาว หรือภาพยนต์อนิเมะ แต่ Kimba the
White Lion เรื่องนี้ เป็นอนิเมะ เรื่องแรกของญี่ปุ่นที่หันมาใช้ “ภาพสี” แทนภาพขาว-ดำ
และเนื่องด้วยการเปลี่ยนมาใช้ภาพสี เนื่องจากภาพสีนั้นสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีกว่าภาพขาว-ดำ ส่งผลให้ Kimba
the White Lion กลายเป็นอนิเมที่มีชื่อเสียงมากๆในญี่ปุ่นและกลายเป็นต้นแบบในการใช้ภาพสีของอนิเมในภายหลัง
Doraemon
ปิดท้ายกันที่ อนิเมะที่สร้างชื่อกระฉ่อนให้ญี่ปุ่นไปทั่วโลก แน่นอนว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักอนิเมะเรื่อง โดราเอม่อน
เรื่องนี้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นนักดูอนิเมรุ่นไหนๆก็ต้องรู้จักกับเจ้าแมวสีฟ้าที่มีของวิเศษจำนวนมาก
กับเด็กผู้ชายที่ดูเหมือนจะไม่เอาไหนแต่กลับมีความพยายามในเรื่องที่ตนสนใจอย่าง โนบิตะ และเพื่อนๆของทั้ง 2 คนอย่างแน่นอน
โดเรม่อนนั้นออกฉายครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในปี 1970 และเป็นอนิเมะ เรื่องแรกที่ได้ฉายไปทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา
และได้รับเสียงตอบรับและชื่นชมจากผู้ชมทั่วโลกอย่างล้นหลามกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ทำให้วงการอนิเมะญี่ปุ่นนั้นขึ้
นถึงจุดสูงสุดหรือเรียกได้เลยว่าเป็น “ยุคทองของ” โดราเอมอนนั้นได้ให้อะไรเรามากมาย ทั้งความสนุก ความรัก
และที่สำคัญที่สุดคือ มิตรภาพ ทั้งหมดนี่ทำให้พวกเราทุกคนยังคงจดจำภาพของเจ้าแมวสีฟ้าไร้หูได้อย่างไม่มีลืมเลือน…

View More
อินเทอร์เน็ตให้ฟรีสล็อตแมชชีน – เล่นทุกเมื่อที่คุณต้องการ

อินเทอร์เน็ตให้ฟรีสล็อตแมชชีน – เล่นทุกเมื่อที่คุณต้องการ

ลิงก์คำอธิบาย ใครจะคิดว่าแม้เครื่องสล็อตสามารถเล่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต? ยังดีกว่าคุณจะได้รับการเล่นสล็อตฟรีทุกเวลาที่คุณต้องการและไม่ใช้จ่ายเงินสำหรับมัน นี่คือความงามของเทคโนโลยีสมัยใหม่

แน่นอนความงามและความตื่นเต้นที่เกิดจากไฟสว่างของลาสเวกัสยังคงหาตัวจับยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโหมดเล่นสล็อตฟรีในอินเทอร์เน็ต ความแตกต่างหลัก ๆ ก็คือคุณจะสามารถเพลิดเพลินไปกับเกมได้แม้ว่าคุณจะไม่มีเงินใช้จ่ายไปในการเล่นคาสิโนจริงก็ตาม

สำหรับผู้ที่ต้องการเล่น แต่ยังไม่ทราบวิธีการทำงานและพวกเขาสามารถชนะได้จากนั้นเครื่องสล็อตออนไลน์จะช่วยได้มาก ผ่านเกมเหล่านี้คุณจะสามารถทำความคุ้นเคยกับเกมต่างๆและรูปแบบรวมทั้งรางวัลแจ๊คพ็อก่อนที่คุณจะเล่นเกมจริงที่เล่นด้วยเงินจริง

ในเกมสล็อตแมชชีนที่เกิดขึ้นจริงขอแนะนำให้ผู้เล่นทราบว่าเครื่องใดมีการจ่ายเงินรางวัลมากที่สุดและผู้เล่นที่แย่ที่สุด ด้วยวิธีนี้พวกเขาสามารถลดการสูญเสียของพวกเขาและเพิ่มเงินรางวัลของพวกเขา โดยการฝึกซ้อมกับเกมสล็อตออนไลน์ต่างๆฟรีคุณสามารถเตรียมตัวสำหรับสิ่งนี้ได้

บางเกมฟรีเหล่านี้สามารถใช้งานได้ทุกเมื่อโดยผู้ที่เข้าสู่ระบบอย่างไรก็ตามบางเว็บไซต์มีระยะเวลาสั้นกว่าระยะเวลาทดลองใช้ซึ่งหลังจากนั้นคุณจะต้องจ่ายเงินสำหรับเกมจริง ถ้าความตั้งใจของคุณคือการเล่นจริงคุณสามารถใช้ช่วงเวลาทดลองใช้เหล่านี้ได้ หากคุณเพียงแค่ต้องการมีความสนุกสนานและเล่นฟรีคุณก็สามารถเปลี่ยนไซต์และเล่นฟรีได้แล้ว

เป็นเคล็ดลับเพิ่มถ้าคุณเป็นจริงในการเล่นเงินใหญ่ต่อไปนี้เป็นเดิมพันประมาณที่คุณต้องจ่ายขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องสล็อตที่คุณตั้งใจจะใช้ สำหรับเครื่องนิกเกิลค่าใช้จ่ายโดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 9 เหรียญต่อชั่วโมง สำหรับเครื่องไตรมาสที่ 45 เหรียญต่อชั่วโมง สำหรับเครื่องหนึ่งดอลล่าร์คุณต้องจ่ายเงิน 180 เหรียญต่อชั่วโมง สุดท้ายสำหรับเครื่อง 5 เหรียญคุณต้องเสียเงิน 900 เหรียญต่อชั่วโมง

ถ้าคุณตั้งใจจะเล่นดีที่สุดคือวางแผนล่วงหน้าและรู้ระยะเวลาที่คุณจะเล่นเพื่อให้คุณสามารถให้ตัวเองงบประมาณ คุณไม่ควรจะเต็มใจที่จะเสียเงินจำนวนมากในเรื่องนี้ เป็นรูปแบบที่ดีของการพักผ่อนหย่อนใจและอาจมีรายได้สำหรับคุณบางเงินสด อย่างไรก็ตามการสูญเสียโชคลาภแน่นอนไม่แนะนำให้เลือก

ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้ติดตั้งเงินเป็นจำนวนมากและมีหัวใจที่จะชนะ (เช่นเดียวกับการสูญเสีย) ที่ดีที่สุดคือเพียงแค่ติดกับสล็อตแมชชีนฟรีเล่นตลอดเวลาที่คุณต้องการได้ตลอดเวลาของวันที่ถูกต้องในชีวิตของคุณเอง ห้อง คุณต้องอำนวยความสะดวกความปลอดภัยและความตื่นเต้นที่เกิดจากเกมจริง

View More อินเทอร์เน็ตให้ฟรีสล็อตแมชชีน – เล่นทุกเมื่อที่คุณต้องการ

รีวิว สิงสู่

มาแล้วกับตัวอย่าง สิงสู่ หนังที่มีโทนหนังแบบคลาสสิค 
ที่เริ่มด้วยการทำพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการเชิญวิญญาณให้กลับเข้าร่าง 
แต่เกิดความบกพร่องขึ้นเมื่อวิญญาณที่ถูกเรียกมากลายเป็นวิญญาณร้ายที่ไม่ได้รับเชิญ 
และก็เพื่อป้องกันการหลุดออกไปพวกเขาจำเป็นต้องหาทางกำจัดและปกป้องตัวเองไปในตัว เรื่องนี้แค่เห็นบรรยากาศก็หลอนแล้ว
ในวันที่มืดครึ้มและก็มีฝนตกจนฟ้ามัว บรรยากาศเชิญชวนอึดอัด
ที่สำนักบนเขาแห่งหนึ่ง ได้มี คนชุดดำ 6 คน
มารวมตัวกันนำโดยนายแม่ หญิงชราผมขาวหน้าตาน่าเกรงขาม 
ทำพิธีกรรมปริศนาบางอย่าง โดยมีศพลึกลับเป็นเป้าหมาย 
แต่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าพิธีบูชานั้นได้ไปปลุกวิญญาณที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้ามาในบ้านแล้วก็เรื่องราวน่ากลัวก็เริ่มขึ้น 
ความสุดสยองที่คนในพิธีเลี่ยงไม่ได้ 
ทุกคนจำต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายที่ไม่สามารถที่จะคาดเดาได้เลยว่ามันจะสิงใคร เมื่อไร ด้วยวิธีใด 
และมันไม่ได้จะเข้าสิงเพื่อทำให้กลัวแค่นั้น แต่ว่าสิ่งที่มันต้องการที่สุดแล้วคือ การต้องการร่างกายของใครบางคนในที่นั้น
นี่คือผลงานการกำกับของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง 
ที่กำกับหนังแนวผีมาหลายเรื่องแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเป็นชู้กับผี 
และหนังยังได้ผู้แสดงเก่ง อย่าง อนันดา เอเวอริงแฮม และ ณัฐฐาวีรนุช ทองมี 
แสดงนำ ร่วมด้วย พลอย ศรนรินทร์ และทาริกา ธิดาทิตย์ โดย สิงสู่ 
มีระบุเข้าฉาย 13 เดือนธันวาคม 2561 งั้นจะรอช้าทำไม รีบตีตั๋วมาดูกันเถอะ 
การันตีไม่ผิดหวังแน่ๆ คิดว่าหนังน่าจะน่ากลัวนะ เพราะดูโทนแล้วไม่ธรรมดาแน่ 
แล้วก็อีกอย่างดาราที่นำแสดงก็เคยเล่นหนังผีละสื่ออารมณ์ได้ดี 
เช่น อนันดาและณัฐฐาวีรนุช ที่เล่นด้วยกันในเรื่องชัตเตอร์ กดติดวิญญาณไง 
มีความรู้สึกว่าพอมาเล่นเรื่องนี้น่าจะแสดงได้ดีเหมือนกัน…

View More รีวิว สิงสู่

รีวิว 211 โคตรตำรวจอันตราย

หนังบู๊แอคชั่นฝั่งตะวันตกก็จะเห็นนิโคลัส เคจ พระเอกรุ่นพ่อ
นี่แหละที่เล่นหนังแบบนี้บ่อยๆในหนังเรื่องนี้เฮียแกรับบทเป็นตำรวจเตรียมเกษียณ
แต่ว่าและจากนั้นก็จำเป็นต้องเจอกับเรื่องราวโจรกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมืองลอสแองเจลิส
แล้วก็นับว่าเป็นงานที่หินที่สุดในอาชีพตำรวจของเขา
ในตอนที่พลอตเรื่องเดิมมาจากเหตุการณ์ปล้นบริษัทรักษาความปลอดภัยธนาคาร
อันดับหนึ่งของประเทศอย่าง Dunbar Armored ในปี 1997 นั่นเอง แค่ปูเรื่องมาก็มันส์แล้ว
211 เกิดเรื่องราวของ ไมค์ แซนด์เลอร์ (นิโคลัส เคจ)
ตำรวจมือเก๋าเตรียมเกษียณอายุราชการ จำต้องตระเวนออกตรวจการณ์ร่วมกับ สตีฟ แมคอะวอย (ดเวย์น คาเมรอน)
ตำรวจชายหนุ่มคู่หูแถมยังเป็นลูกเขยด้วย โอกาสนี้มี เคนนี (ไมเคิล เรนนีย์ จูเนียร์) เด็กหนุ่มวัย 15 ปี
ที่พึ่งถูกนำตัวมาบำเพ็ญประโยชน์จากเหตุทะเลาะวิวาทติดสอยรถมาด้วย
รวมทั้งตอนที่ลาดระเวนอยู่นั้น เกิดเหตุระเบิดกลางเมือง และมีการปล้นธนาคารโดยคนร้ายนิรนาม 4 คนที่มีอาวุธครบมือ
แต่ว่าเวลานี้ ตำรวจไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธสงครามในการปฏิบัติหน้าที่ออกลาดตระเวน
หนังเรื่องนี้เป็นฝีมือการกำกับของยอร์ค อเล็ค แช็คเกิลตัน ที่ถนัดแนวสารคดีแต่วันนี้เรื่องนี้ก็ทำได้ดีมาก
โดยเฉพาะเรื่องการปูเรื่องทำได้ดีมากๆ
โดยเฉพาะส่วนของตัวผู้ก่อการร้ายที่โหดมากกว่าที่คิดไว้ ขณะที่ฝั่งตำรวจอย่าง ไมค์ กับ สตีฟ
นั้นน่าผิดหวังไปหน่อย เพราะว่า หนังวาง ไมค์ ไว้ให้เจ็บปวดที่ต้องเสียภรรยาแต่หนังไม่เอาประเด็นนี้มาเล่น
สิ่งหนึ่งที่ 211 ยังพอทำได้ดีคือ พาร์ทความกดดันของหนังบีบคนดูได้
เพราะศักยภาพผู้ก่อการร้ายดูเหนือกว่า ดูคอนโทรลสถานการณ์ทั้งหมด
หนังทำได้ค่อนข้างดีและนำพาคนดูมาถึงจุดที่ว่า เมื่อสถานการณ์ เริ่มรุนแรงบานปลายมากขึ้น
ตำรวจจะแก้ปัญหาอย่างไร แต่อย่างไรก็น่าดูอยู่นะ ถึงจะไม่ชอบใจไปบ้างก็เถอะ…

View More รีวิว 211 โคตรตำรวจอันตราย

Rampage “ใหญ่ชนยักษ์”

หนังสร้างจากวีดีโอเกมส์มอนสเตอร์ทำลายตึกชื่อเดียวกัน 
เรื่องราวเกี่ยวกับ ดาวิส โอโคเย่ (Dwayne Johnson)
นักสัตววิทยา กับ กอริล่าเผือก จอร์จ ที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก 
จนกระทั่งอยู่มาวันนึงมีวัตถุลึกลับตกลงมาในโซนที่จอร์จอยู่และแพร่พิษให้กับจอร์จโดยบังเอิญ 
ทำให้เขาตัวใหญ่ขึ้น แข็งแกร่งขึ้น รวดเร็วขึ้น 
แต่ก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ กลายเป็นกอริล่ายักษ์ที่ดุร้าย 
แล้วก็เข้าทำลายเมือง ดาวิสจึงต้องหาทางปกป้องและช่วยเหลือเพื่อนสนิทของเขาให้ได้

ความรู้สึกแรกหลังดูจบ..
หนังค่อนข้างพอดูได้ไปจนถึงเกือบน่าเบื่อ 
เพราะเหตุว่าช่วงต้นไปจนถึงกลางเรื่องของหนังเล่าเรื่องได้น่าเบื่อประมาณนึงเลย 
จนกระทั่งเกือบจะประคับประคองหนังแทบไม่อยู่ แถมหนังยังดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรง 
ไม่ได้หลุดจากการคาดเดาจากตัวอย่างเท่าไร 
โชคยังดีที่ช่วงท้ายของเรื่องทำออกมาได้ดีมาก สนุกมากประมาณนึงเลยทีเดียว

สิ่งที่น่าชื่นชม
อย่างที่กล่าวไปช่วงมอนสเตอร์มาทำลายตึก มาบู๊กัน 
ในช่วงท้ายของหนังเป็นอะไรที่ทำออกมาได้ดีมาก ทำออกมาสนุก
การต่อสู้ที่ผสมผสานระหว่างตัวละครของเดอะร็อค กับ กอริล่าจอร์จครีเอทดีมาก 
ทำให้ช่วงท้ายมีหลายซีนน่าจดจำอยู่ 
แถมอีกเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากคือมุกตลกที่สอดแทรกมาตลอดทั้งเรื่อง ได้ขำอยู่เต็มเสียงเลยทีเดียว

สิ่งที่รู้สึกไม่ชอบ 
นอกจากช่วงแรกที่เล่าได้อย่างน่ารำคาญ สิ่งนึงที่ไม่ชอบมากคื่อตัวละครมนุษย์วายร้ายของเรื่อง 
เป็นตัวละครที่งี่เง่า และดูกลวงที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลย 
คือมั่นใจว่าหลายคนก็จะรู้สึกได้เลยว่านี่คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังโปรเจ็คแรมเพจหรือนี่ 
เรียกได้ว่ามิติของตัวละครแทบไม่แตกต่างกับพวกหนูทดลองในกรงเลย 

สรุป
ภาพรวมคือหนังพอดูได้เพลินแม้ใครที่หาโปรแกรมหนังแอคชั่นดูเรียกน้ำย่อยเพื่อรอ Infinity War
เรื่องนี้พอได้บันเทิงใจโดยประมาณนึงเลยหากแต่ต้องลดความคาดหวังก่อนเข้าไปชม 
คงจะช่วยทำให้ดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างสนุกมากขึ้นนะครับ

View More Rampage “ใหญ่ชนยักษ์”

รีวิว – The Wrath นางอาฆาต

หนังรีเมคจากหนังผีในตำนานของเกาหลีกับเรื่อง Woman’s Wail (1986)
ซึ่งก็จะต้องพูดว่าไม่เคยดูหรอกเรื่องนั้น แต่ว่าเขาว่ากันมาว่าหลอนสุด น่ากลัวสุด
รวมทั้งเมื่อเป็นผลงานรีเมคเราก็เชื่อใจได้ในระดับหนึ่งเลยว่ามันจะต้องดีไม่แพ้กันหรอกน่า
ด้วยผลงานจากประเทศเกาหลีที่ทำออกมาได้ดีเกินคาดอย่าง Train to Busan
หรือ Along with the God แต่สุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ชวนให้น่าผิดหวัง
ไม่ต่างจาก Rampant เลยทีเดียว (เพราะหวัง…จึงผิดหวัง)

The Wrath – นางอาฆาต
เป็นเรื่องราวของสาวคนหนึ่งที่ต้องไปเป็นสะใภ้ของตระกูลที่ยิ่งใหญ่
แต่ต้องพบเรื่องราวลึกลับ กับการมาเผยตัวของผีร้ายที่มาหลอกตระกูลนี้อย่างไม่หยุดหย่อน
อันดับแรกเลย ถ้าหากกล่าวถึงหนังผีสักเรื่อง
จะมีเสียงถามมาก่อนและหลังเสมอว่า “น่ากลัวไหม”
ซึ่งเรื่องนี้ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า “ไม่…ไม่เลยสักนิด”
กล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าคนที่กลัวผี
ไม่กลัวเรื่องนี้แน่ๆ อาจจะมีตกใจบ้างบางจังหวะ
แต่ว่าไม่กลัว ไม่หลอน ไม่เก็บเอาไปคิดต่อแน่นอน
เพราะมันไม่มีฉากไหนเลยจริงๆที่ทำให้เรารู้สึกสยอง ขนลุก กลัว หรือระแวง
สิ่งแรกที่ชอบเลยก็คือเสียงของผี พวกเสียงกระซิบหรือ “เสียงร้องไห้ เสียงหัวเราะ”
คือเหมือนมีผีมาวิ่งเล่นในโรงยังไงยังงั้น
ตอนได้ยินครั้งแรกนี่หันขวับเลย ว่าใครมาหัวเราะข้างๆ
ปะหว่า แต่ทว่าเสียงเอฟเฟค เสียงประกอบต่างๆกลับทำออกมาได้แย่มาก
เสียงกระทบของร่างกาย เสียงดาบฟัน หรือเสียงอะไรทำนองนั้น
หนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เราหวาดเสียวหรือตื่นกลัว ตื่นตระหนกได้เลย
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าชื่นชมคือแม่ใหญ่ของตระกูล

ที่เล่นได้น่าหมั่นไส้ และเป็นคนคอยพยุงหนังให้อยู่ตลอดรอดฝั่งได้
แต่ก็น่าเสียดายแทนตัวนางเอกมากๆที่ไม่ได้โชว์ฝีมือในการแสดงสักเท่าไหร่
นอกเหนือจากหน้าตาที่ดูน่ารักแล้ว ที่เหลือก็ไม่มีอะไรเลย
คือจริงๆตัวอย่างมันน่าดูมากเลยนะ แต่ก็รู้สึกเอะใจแปลกๆทำไมมันเป็นหนังผีที่สว๊างสว่าง
ชัดเจนในทุกส่วนขนาดนี้ ในหนังผีก็ชัดเจนเหลือเกิน คือรู้สึกว่ามันชัดเกินจะเป็นหนังผีอะ
โอเคมันก็ดีที่ไม่มืดจนมองไม่รู้เรื่อง
แต่ก็โจ่งแจ้งเกินไปรวมถึงโทนและบรรยากาศของหนังมันชวนให้นึกถึงเรื่องราวอื่นๆมากกว่าหนังผี
หนังเต็มไปด้วยฉากเชยๆของหนังผีในอดีต อารมณ์เหมือนหนังจีนกำลังภายในตอนบ่าย
ที่ฉายทางทีวีที่นั่งดูตอนเด็กๆฉากเชยๆการดำเนินเรื่องเชยๆเรียกได้ว่าเชยทุกภาคส่วน
มีการใช้ควันเอย ใช้สีแทนการปรากฏตัวของผีเอย จริงๆชอบนะการเคารพต้นฉบับ
หรือจงใจใช้แนวทางเชยๆในอดีต แต่มันควรจะอัพเกรดและทำได้ดีกว่านี้สิ
บางฉากก็ชวนให้นึกถึงหนังคลาสสิคอย่าง Evil Dead
และยิ่งดูไปดูมานี่มันก็ทำให้คิดถึงพวกละครผีไทยในสมัยก่อน
จังหวะการหลอกเดาทางได้หมด เรียกได้ว่าฉากไหนที่คิดว่ามันจะมา
มันก็มาแน่ๆแถมยังหลอกได้ไร้ซึ่งชั้นเชิง
แถมยังมาน้อยอีก นอกเหนือจากนั้นแล้วโครงเรื่องยังโหวงๆ
ไม่มีเหตุผลมารองรับเหตุการณ์ต่างๆเท่าที่ควร เกิดคำถามคาใจเต็มไปหมด
สรุป ถ้าอยากลองพิสูจน์ต้องไปพิสูจน์เองในโรงภาพยนตร์ ใครเป็นคนกลัวผี ไม่กล้าดูหนังผี
แต่อยากรู้เรื่องราวในหนัง คุณก็สามารถเข้าไปดูได้อย่างสบายๆไม่มีความน่ากลัวกลับมาหลังจากดูจบแน่นอน
แต่ว่าถ้าใครชอบแนวหนังผีโบราณในอดีต ก็อาจจะสนุกกับเรื่องนี้ก็ได้ไม่แน่เหมือนกัน…

View More รีวิว – The Wrath นางอาฆาต