สการ์เล็ต โจแฮนน์สัน กับที่มาของกระแสต่อต้านจนต้องถอนตัวหนังใหม่

สการ์เล็ต โจแฮนน์สัน นักแสดงสาวชื่อดังและถือเป็นเบอร์ต้นๆ
ของวงการฮอลลีวู้ด แฟนหนังหลายๆ
คนอาจจะรู้จักและคุ้นเคยกับเธอในบทบาทของสายลับสาว นาตาชา โรมานอฟ หรือ
แบล็ควิโดว์ จากภาพยนตร์ฮีโร่ของมาร์เวล
แต่นอกเหนือจากเธอก็ยังคงรับงานแสดงในบทภาพยนตร์อื่นๆ
ดังเช่นนักแสดงทั่วไปในฮอลลีวู้ด เพื่อท้าทายความสามารถของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
แต่ก็เป็นสัจธรรมอย่างหนึ่ง เมื่อมีด้านบวกก็ย่อมเจอด้านลบ
ไม่ว่าเป็นใครก็ไม่อาจหนีพ้นกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอยู่เรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้คือภาพยนตร์เรื่อง Ghost in the Shell
ที่เธอรับบทเป็นตัวละครจากต้นฉบับแอนิเมชั่นซึ่งเป็นชาวเอเชีย
แม้จะมีอธิบายถึงที่มาของการเปลี่ยนแปลงแล้วก็ตามในภาพยนตร์
แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับจากแฟนหลังเท่าไหร่นัก
และเคสล่าสุดกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เธอตกลงรับแสดงก็โดนกระแสต่อต้านอย่างหนัก
หน่วง จนถึงกับต้องประกาศถอนตัวไปในทันที
RubTug คือชื่อของภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เธอตัดสินใจร่วมแสดง
เธอจะรับบทเป็นตัวละครชายข้ามเพศ
ที่เปลี่ยนตัวเองจากผู้หญิงเป็นผู้ชายเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการมาเฟีย
แต่เมื่อมีประเด็นละเอียดอ่อนแบบนี้
ทำให้การตัดสินใจร่วมแสดงในเรื่องนี้ต้องโดนกระแสต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่ม
Transgender
โดยพวกเขาได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความไม่เหมาะสมที่สการ์เล็ตเลือกนำแสดงเป็นตัว
ละครนี้ จนในที่สุด สการ์เล็ต ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Out
ว่าจะขอถอนตัวจากบทบาทในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว
“จากการตั้งคำถามที่เกิดขึ้นมากมายระหว่างที่ฉันตัดสินใจแสดงเป็น Dante Tex Gill
ฉันได้ตัดสินใจด้วยความเคารพอย่างสูงว่าจะถอนตัวจากการมีส่วนร่วมในโปรเจ็คต์นี้
ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมายจากสังคมกลุ่มนี้ตั้งแต่ฉันได้เริ่มต้นคัดเลือกบทดังกล่าว
และเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่อ่อนไหวทางความรู้สึก” สการ์เล็ตชี้แจงผ่านสื่อ
ประเด็นเรื่องการเลือกนักแสดงมารับบทบาทที่ไม่ตรงกับเพศของนักแสดงนั้นยังเป็นประเ
ด็นที่ถูกนำมาถกเถียงอย่างต่อเนื่องในสังคมฮอลลีวูด
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านการให้โอกาส หรือความเท่าเทียมก็ตาม
แต่ก็ใช่ว่าการนำนักแสดงที่มีเพศชายหรือหญิงมาแสดงเป็น Transgender
จะไม่เคยเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เอ็ดดี้ เรดเมนย์ ก็เคยรับบทเป็น ลิลี่ เอลบี
หญิงข้ามเพศในภาพยนตร์เรื่อง The Danish Girl จนสามารถเข้าชิงรางวัลออสการ์
สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม
เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าในท้ายที่สุดแล้ว ภาพยนตร์เรื่อง RubTug
จะหาทางออกอย่างไร และมีทิศทางออกมาในรูปแบบไหน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *