รีวิว 211 โคตรตำรวจอันตราย

หนังบู๊แอคชั่นฝั่งตะวันตกก็จะเห็นนิโคลัส เคจ พระเอกรุ่นพ่อ
นี่แหละที่เล่นหนังแบบนี้บ่อยๆในหนังเรื่องนี้เฮียแกรับบทเป็นตำรวจเตรียมเกษียณ
แต่ว่าและจากนั้นก็จำเป็นต้องเจอกับเรื่องราวโจรกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมืองลอสแองเจลิส
แล้วก็นับว่าเป็นงานที่หินที่สุดในอาชีพตำรวจของเขา
ในตอนที่พลอตเรื่องเดิมมาจากเหตุการณ์ปล้นบริษัทรักษาความปลอดภัยธนาคาร
อันดับหนึ่งของประเทศอย่าง Dunbar Armored ในปี 1997 นั่นเอง แค่ปูเรื่องมาก็มันส์แล้ว
211 เกิดเรื่องราวของ ไมค์ แซนด์เลอร์ (นิโคลัส เคจ)
ตำรวจมือเก๋าเตรียมเกษียณอายุราชการ จำต้องตระเวนออกตรวจการณ์ร่วมกับ สตีฟ แมคอะวอย (ดเวย์น คาเมรอน)
ตำรวจชายหนุ่มคู่หูแถมยังเป็นลูกเขยด้วย โอกาสนี้มี เคนนี (ไมเคิล เรนนีย์ จูเนียร์) เด็กหนุ่มวัย 15 ปี
ที่พึ่งถูกนำตัวมาบำเพ็ญประโยชน์จากเหตุทะเลาะวิวาทติดสอยรถมาด้วย
รวมทั้งตอนที่ลาดระเวนอยู่นั้น เกิดเหตุระเบิดกลางเมือง และมีการปล้นธนาคารโดยคนร้ายนิรนาม 4 คนที่มีอาวุธครบมือ
แต่ว่าเวลานี้ ตำรวจไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธสงครามในการปฏิบัติหน้าที่ออกลาดตระเวน
หนังเรื่องนี้เป็นฝีมือการกำกับของยอร์ค อเล็ค แช็คเกิลตัน ที่ถนัดแนวสารคดีแต่วันนี้เรื่องนี้ก็ทำได้ดีมาก
โดยเฉพาะเรื่องการปูเรื่องทำได้ดีมากๆ
โดยเฉพาะส่วนของตัวผู้ก่อการร้ายที่โหดมากกว่าที่คิดไว้ ขณะที่ฝั่งตำรวจอย่าง ไมค์ กับ สตีฟ
นั้นน่าผิดหวังไปหน่อย เพราะว่า หนังวาง ไมค์ ไว้ให้เจ็บปวดที่ต้องเสียภรรยาแต่หนังไม่เอาประเด็นนี้มาเล่น
สิ่งหนึ่งที่ 211 ยังพอทำได้ดีคือ พาร์ทความกดดันของหนังบีบคนดูได้
เพราะศักยภาพผู้ก่อการร้ายดูเหนือกว่า ดูคอนโทรลสถานการณ์ทั้งหมด
หนังทำได้ค่อนข้างดีและนำพาคนดูมาถึงจุดที่ว่า เมื่อสถานการณ์ เริ่มรุนแรงบานปลายมากขึ้น
ตำรวจจะแก้ปัญหาอย่างไร แต่อย่างไรก็น่าดูอยู่นะ ถึงจะไม่ชอบใจไปบ้างก็เถอะ…

View More รีวิว 211 โคตรตำรวจอันตราย

Rampage “ใหญ่ชนยักษ์”

หนังสร้างจากวีดีโอเกมส์มอนสเตอร์ทำลายตึกชื่อเดียวกัน 
เรื่องราวเกี่ยวกับ ดาวิส โอโคเย่ (Dwayne Johnson)
นักสัตววิทยา กับ กอริล่าเผือก จอร์จ ที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก 
จนกระทั่งอยู่มาวันนึงมีวัตถุลึกลับตกลงมาในโซนที่จอร์จอยู่และแพร่พิษให้กับจอร์จโดยบังเอิญ 
ทำให้เขาตัวใหญ่ขึ้น แข็งแกร่งขึ้น รวดเร็วขึ้น 
แต่ก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ กลายเป็นกอริล่ายักษ์ที่ดุร้าย 
แล้วก็เข้าทำลายเมือง ดาวิสจึงต้องหาทางปกป้องและช่วยเหลือเพื่อนสนิทของเขาให้ได้

ความรู้สึกแรกหลังดูจบ..
หนังค่อนข้างพอดูได้ไปจนถึงเกือบน่าเบื่อ 
เพราะเหตุว่าช่วงต้นไปจนถึงกลางเรื่องของหนังเล่าเรื่องได้น่าเบื่อประมาณนึงเลย 
จนกระทั่งเกือบจะประคับประคองหนังแทบไม่อยู่ แถมหนังยังดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรง 
ไม่ได้หลุดจากการคาดเดาจากตัวอย่างเท่าไร 
โชคยังดีที่ช่วงท้ายของเรื่องทำออกมาได้ดีมาก สนุกมากประมาณนึงเลยทีเดียว

สิ่งที่น่าชื่นชม
อย่างที่กล่าวไปช่วงมอนสเตอร์มาทำลายตึก มาบู๊กัน 
ในช่วงท้ายของหนังเป็นอะไรที่ทำออกมาได้ดีมาก ทำออกมาสนุก
การต่อสู้ที่ผสมผสานระหว่างตัวละครของเดอะร็อค กับ กอริล่าจอร์จครีเอทดีมาก 
ทำให้ช่วงท้ายมีหลายซีนน่าจดจำอยู่ 
แถมอีกเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากคือมุกตลกที่สอดแทรกมาตลอดทั้งเรื่อง ได้ขำอยู่เต็มเสียงเลยทีเดียว

สิ่งที่รู้สึกไม่ชอบ 
นอกจากช่วงแรกที่เล่าได้อย่างน่ารำคาญ สิ่งนึงที่ไม่ชอบมากคื่อตัวละครมนุษย์วายร้ายของเรื่อง 
เป็นตัวละครที่งี่เง่า และดูกลวงที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลย 
คือมั่นใจว่าหลายคนก็จะรู้สึกได้เลยว่านี่คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังโปรเจ็คแรมเพจหรือนี่ 
เรียกได้ว่ามิติของตัวละครแทบไม่แตกต่างกับพวกหนูทดลองในกรงเลย 

สรุป
ภาพรวมคือหนังพอดูได้เพลินแม้ใครที่หาโปรแกรมหนังแอคชั่นดูเรียกน้ำย่อยเพื่อรอ Infinity War
เรื่องนี้พอได้บันเทิงใจโดยประมาณนึงเลยหากแต่ต้องลดความคาดหวังก่อนเข้าไปชม 
คงจะช่วยทำให้ดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างสนุกมากขึ้นนะครับ

View More Rampage “ใหญ่ชนยักษ์”

รีวิว – The Wrath นางอาฆาต

หนังรีเมคจากหนังผีในตำนานของเกาหลีกับเรื่อง Woman’s Wail (1986)
ซึ่งก็จะต้องพูดว่าไม่เคยดูหรอกเรื่องนั้น แต่ว่าเขาว่ากันมาว่าหลอนสุด น่ากลัวสุด
รวมทั้งเมื่อเป็นผลงานรีเมคเราก็เชื่อใจได้ในระดับหนึ่งเลยว่ามันจะต้องดีไม่แพ้กันหรอกน่า
ด้วยผลงานจากประเทศเกาหลีที่ทำออกมาได้ดีเกินคาดอย่าง Train to Busan
หรือ Along with the God แต่สุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ชวนให้น่าผิดหวัง
ไม่ต่างจาก Rampant เลยทีเดียว (เพราะหวัง…จึงผิดหวัง)

The Wrath – นางอาฆาต
เป็นเรื่องราวของสาวคนหนึ่งที่ต้องไปเป็นสะใภ้ของตระกูลที่ยิ่งใหญ่
แต่ต้องพบเรื่องราวลึกลับ กับการมาเผยตัวของผีร้ายที่มาหลอกตระกูลนี้อย่างไม่หยุดหย่อน
อันดับแรกเลย ถ้าหากกล่าวถึงหนังผีสักเรื่อง
จะมีเสียงถามมาก่อนและหลังเสมอว่า “น่ากลัวไหม”
ซึ่งเรื่องนี้ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า “ไม่…ไม่เลยสักนิด”
กล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าคนที่กลัวผี
ไม่กลัวเรื่องนี้แน่ๆ อาจจะมีตกใจบ้างบางจังหวะ
แต่ว่าไม่กลัว ไม่หลอน ไม่เก็บเอาไปคิดต่อแน่นอน
เพราะมันไม่มีฉากไหนเลยจริงๆที่ทำให้เรารู้สึกสยอง ขนลุก กลัว หรือระแวง
สิ่งแรกที่ชอบเลยก็คือเสียงของผี พวกเสียงกระซิบหรือ “เสียงร้องไห้ เสียงหัวเราะ”
คือเหมือนมีผีมาวิ่งเล่นในโรงยังไงยังงั้น
ตอนได้ยินครั้งแรกนี่หันขวับเลย ว่าใครมาหัวเราะข้างๆ
ปะหว่า แต่ทว่าเสียงเอฟเฟค เสียงประกอบต่างๆกลับทำออกมาได้แย่มาก
เสียงกระทบของร่างกาย เสียงดาบฟัน หรือเสียงอะไรทำนองนั้น
หนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เราหวาดเสียวหรือตื่นกลัว ตื่นตระหนกได้เลย
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าชื่นชมคือแม่ใหญ่ของตระกูล

ที่เล่นได้น่าหมั่นไส้ และเป็นคนคอยพยุงหนังให้อยู่ตลอดรอดฝั่งได้
แต่ก็น่าเสียดายแทนตัวนางเอกมากๆที่ไม่ได้โชว์ฝีมือในการแสดงสักเท่าไหร่
นอกเหนือจากหน้าตาที่ดูน่ารักแล้ว ที่เหลือก็ไม่มีอะไรเลย
คือจริงๆตัวอย่างมันน่าดูมากเลยนะ แต่ก็รู้สึกเอะใจแปลกๆทำไมมันเป็นหนังผีที่สว๊างสว่าง
ชัดเจนในทุกส่วนขนาดนี้ ในหนังผีก็ชัดเจนเหลือเกิน คือรู้สึกว่ามันชัดเกินจะเป็นหนังผีอะ
โอเคมันก็ดีที่ไม่มืดจนมองไม่รู้เรื่อง
แต่ก็โจ่งแจ้งเกินไปรวมถึงโทนและบรรยากาศของหนังมันชวนให้นึกถึงเรื่องราวอื่นๆมากกว่าหนังผี
หนังเต็มไปด้วยฉากเชยๆของหนังผีในอดีต อารมณ์เหมือนหนังจีนกำลังภายในตอนบ่าย
ที่ฉายทางทีวีที่นั่งดูตอนเด็กๆฉากเชยๆการดำเนินเรื่องเชยๆเรียกได้ว่าเชยทุกภาคส่วน
มีการใช้ควันเอย ใช้สีแทนการปรากฏตัวของผีเอย จริงๆชอบนะการเคารพต้นฉบับ
หรือจงใจใช้แนวทางเชยๆในอดีต แต่มันควรจะอัพเกรดและทำได้ดีกว่านี้สิ
บางฉากก็ชวนให้นึกถึงหนังคลาสสิคอย่าง Evil Dead
และยิ่งดูไปดูมานี่มันก็ทำให้คิดถึงพวกละครผีไทยในสมัยก่อน
จังหวะการหลอกเดาทางได้หมด เรียกได้ว่าฉากไหนที่คิดว่ามันจะมา
มันก็มาแน่ๆแถมยังหลอกได้ไร้ซึ่งชั้นเชิง
แถมยังมาน้อยอีก นอกเหนือจากนั้นแล้วโครงเรื่องยังโหวงๆ
ไม่มีเหตุผลมารองรับเหตุการณ์ต่างๆเท่าที่ควร เกิดคำถามคาใจเต็มไปหมด
สรุป ถ้าอยากลองพิสูจน์ต้องไปพิสูจน์เองในโรงภาพยนตร์ ใครเป็นคนกลัวผี ไม่กล้าดูหนังผี
แต่อยากรู้เรื่องราวในหนัง คุณก็สามารถเข้าไปดูได้อย่างสบายๆไม่มีความน่ากลัวกลับมาหลังจากดูจบแน่นอน
แต่ว่าถ้าใครชอบแนวหนังผีโบราณในอดีต ก็อาจจะสนุกกับเรื่องนี้ก็ได้ไม่แน่เหมือนกัน…

View More รีวิว – The Wrath นางอาฆาต

รีวิว Be With You

หนังรักโรแมนติกที่มีต้นฉบับมาจากญี่ปุ่น มาในตอนนี้ทางประเทศเกาหลีได้หยิบเอามารีเมคใหม่
แถมยังได้สองดารานำชั้นนำของประเทศเกาหลีมาแสดงอีกต่างหาก “โซ จีซบ” สวมบทเป็น วูจิน
แล้วก็ “ซอน เยจิน” เล่นบทเป็น ซูอา โดยในฉบับญี่ปุ่นได้บีบน้ำตาคนดูมาแล้วทั่วโลก
โดยเป็นเรื่องราวของ วูจิน ชายผู้สูญเสียภรรยาผู้เป็นที่รักของเขา ซูอา
แต่เธอได้สัญญาไว้ว่า เธอจะกลับมาในช่วงฤดูฝน และปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นจริง
แต่ปัญหาคือ ซูอา ไม่เหลือความจำใดๆก็ตามเกี่ยวกับชีวิตเลยแม้แต่น้อย
ตัวผมเองยังไม่เคยได้ดู Be With You ในฉบับญี่ปุ่นเลย ก็เลยไม่สามารถที่จะกล่าวได้ว่ามันดีกว่าไหม
หรือมันแย่กว่ายังไง แต่ภายหลังที่ผมดูฉบับเกาหลีจบแล้ว ผมบอกได้แต่เพียงว่า “ต้องไปดูฉบับญี่ปุ่นให้ได้เลย”
หลังดูจบคำแรกที่ดังขึ้นมาในหัวและกระทบไปถึงจิตใจคือ “อบอุ่น”
ตัวหนังมีความลงตัวในทุกภาคส่วน ขอพูดตั้งแต่การดำเนินเนื้อเรื่องว่ามีจังหวะการเล่าที่ดี
เปิดเรื่องได้ยอดเยี่ยมมาก ทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ต่างๆได้ดี รวมทั้งมีผลต่อเนื้อเรื่องมากมาย
กลมกล่อม แล้วก็พอดีมาก ถ้าเกิดจะถามว่ากลมกล่อมอย่างไร จะขออธิบายว่า
ครึ่งแรกของหนังแทบทำให้พวกเรายิ้มได้ไม่หุบเลย ไล่ไปตั้งแต่การแสดงของผู้แสดงในเรื่อง
บทพูด ตัวละครต่างๆจังหวะมุก จังหวะการเล่า ต่างๆทำออกมาได้โคตรพอดี
รวมทั้งครึ่งหลังก็ค่อยๆไต่ระดับดราม่า ค่อยๆเริ่มเรียกน้ำตาผู้ชมครั้งละนิดๆและก็ขยี้สุดๆ
ราวกับพยายามพูดว่า “ร้องไห้เหอะ” หนังค่อยๆพาให้พวกเราเข้าไปผูกพันธ์กับครอบครัวนี้ทีละนิดๆ
จนกระทั่งในที่สุดครอบครัวเหล่านั้นกลับเข้ามาอยู่ในใจเราโดยไม่รู้ตัว
ด้านภาพก็ถ่ายทำออกมาได้สวยมาก หลายๆฉากนี่สามารถแคปภาพเก็บเป็น Background สวยๆได้เลย
ส่วนทางด้านของนักแสดงคู่พระ-นาง แสดงได้ดีมากๆเหมือนเป็นครอบครัวกันจริงๆเลย
สมบทบาทที่ทุกคนได้รับทั้งนั้น (โซ จีซบ น่ารักมากกกกกกกกกกกก กอไก่ล้านตัว)
แต่ติดอยู่นิดนึงทางด้านตัวละครบางตัว ที่ถ้าไม่ใส่มาก็ไม่ได้ส่งผลกับเนื้อเรื่องเยอะแค่ไหน
บางตัวที่เหมือนจะมีอะไร แต่ว่าก็ไม่มีอะไร แล้วก็ทางด้านการแสดงของเด็ก
ที่อาจจะมองทื่อๆไปหน่อย บางครั้งก็อาจจะเพราะหน้าที่ที่เขาได้รับเป็นแบบนั้น
โดยรวมแล้วถูกใจเลยล่ะ มันลงตัวมากๆกลมกล่อม ครบรส อบอุ่น
แถมมันยังเป็นหนังต้อนรับหน้าฝนที่ดีเรื่องนึงเลย พูดได้เลยว่า “แล้วฤดูฝนของคุณจะเปลี่ยนไป…

View More รีวิว Be With You

Deadpool 2 เข้าชิงออสการ์ 15 สาขา!! ไรอัน เรย์โนลด์ส โพสต์ขอบคุณล่วงหน้าแล้ว

ถือว่าเป็นเรื่องที่สร้างเซอร์ไพรส์ได้อย่างมากสำหรับภาพยนตร์ของค่าย ค่ายหนัง 20th Century Fox
ที่ได้ส่งภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่อย่าง Deadpool 2
ออกมาและได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ที่กำลังจะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการต้นปี 2019
ซึ่งประเด็นที่สร้างความฮือฮาได้อย่างมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องที่ถูกส่งเข้าชิงรางวัลนี้ถึง 15 สาขาด้วยกัน
โดย 15 สาขาที่ได้กล่าวไปนั้นประกอบไปด้วย ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม,
บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม,
นักแสดงสมทบหญิงเยี่ยมยอด, ออกแบบโปรดักชั่นยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม,
ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, แต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยม,
ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ลำดับเสียงยอดเยี่ยม,
บันทึกเสียงยอดเยี่ยม และ เทคนิคเหมือนจริงยอดเยี่ยมก็เลยพูดได้ว่าสร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย
แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันออกมาจากทางคณะกรรมการ
ผู้ตัดสินว่าจะให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าชิงทั้งหมดกี่รางวัลและสาขาอะไรบ้าง
ซึ่งภายหลังที่รู้ข่าวนี้พระเอกอารมณ์ดีของเรื่องอย่าง ไรอัน เรย์โนลด์ส (Ryan Reynolds)
ได้ภาพและข้อความ ถึงเหล่าแฟนๆทุกคน ดังนี้
‘’ผมขอขอบคุณไปยังแฟนๆทุกคนที่ให้การตอบรับภาพยนตร์เรื่องนี้ดีมากๆ
ขอบคุณไปยังเหล่านักแสดง ทีมงานและครอบครัวทุกๆคน ขอบคุณไปยังสัตว์เลี้ยงของพวกเขา
โรคติดต่อของพวกเขา ที่มีทั้ง จิมมี ชังกา, ทิงกี วิงกี, ดิปซี, ลาลา, โพ, ซีบิสกิต, มิสซิสทิกกี-วิงกี,
จอห์น เจค็อบ จิงเกิลไฮเมอร์ ชมิดต์, รอน วีสลีย์, โลเร็ม อิปซัม, ซีย์มัวร์ บัตต์ส, ไมเคิล ฮันต์,
ชาคส์ สแตรป, ป็อปปี ค็อก,ผ้าอ้อมผู้ใหญ่, เฮลโหลคิตตี,
เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่สร้างมันขึ้นมา และที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ใช่ไรอัน’’
ในส่วนของ Once Upon a Deadpool
ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับการพัฒนาและเพิ่มฉากใหม่ให้เด็กและเยาวชนดูได้มีกำหนดจะเข้าฉายในสหรัฐฯ 12 ธันวาคม 2018…

View More Deadpool 2 เข้าชิงออสการ์ 15 สาขา!! ไรอัน เรย์โนลด์ส โพสต์ขอบคุณล่วงหน้าแล้ว

รีวิว The Girl in the Spider’s Web

เรื่องนี้เป็นภาคที่ 4 ของ มิลเลนเนียมซีรีส์
เป็นการกระทำการของ ลิสเบ็ธ ซาลันเดอร์ แฮคเกอร์สาว
ร่วมมือกับ มิคาเอล บลอมควิสต์
ผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่ในการต่อกรกับหน่วยงานลับที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอ
ฉบับนิยายเป็นผลงานประพันธ์ของ สตีก ลาร์สัน อดีตผู้สื่อข่าวที่ผันตัวเองมาเขียนนิยายขาย
เขาประสบความสำเร็จมาก และเรื่องนี้ได้ทำเป็นหนัง ทั้ง 3 เรื่อง ภาคแรกถูกรีเมคในชื่อเดียวกัน
ด้วยฝีมือผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ ฉายในปี 2011 ได้รูนีย์ มาร่า มารับบทลิสเบ็ธ ซาลันเดอร์ และ
แดเนียล เครก เจ้าของบทเจมส์ บอนด์ มารับบทมิคาเอล บลอมควิสต์และเว้นนานไปถึง 7 ปีจึงมาสร้างภาค 4 เลย
ลิสเบ็ธยังยึดอาชีพแฮคเกอร์อิสระ และได้รับการจ้างจาก ฟรานส์ บัลเดอร์ โปรแกรมเมอร์ที่คิด
“ไฟร์ฟอลล์” ที่สามารถแฮคเข้าฐานยิงจรวดได้ทั่วโลก
แล้วก็ได้ขายให้กับอเมริกาไป
เขามีความคิดว่าโปรแกรมนี้เป็นภัยอันตรายต่อโลก
เลยว่าจ้างให้เธอไปแฮคและลักขโมยไฟร์ฟอลล์กลับมา
ซึ่งเธอทำได้สำเร็จ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยงานสืบรู้ว่าผู้ที่ลักขโมยไฟร์ฟอลล์อยู่ในสวีเดน
ก็เลยบินมาตามล่าคืน และก็กลุ่มแมงมุมบุกเข้าที่เข้าทางพักของคุณรวมทั้งชิงไปได้
ดูเหตุการณ์แล้วยากที่จะจัดการเลยขอร้อง จาก คู่หูเก่าและก็นักแฮคเกอร์มือฉมัง
อย่างแรกที่ต้องการดูเป็นการเปลี่ยนหน้าที่แบบหน้ามือเป็นหลังมือของ แคลร์ ฟอย
นักแสดงสาวดีกรี 1 ลูกโลกทองคำ ที่มารับบทเป็นลิสเบ็ธ ซาลันเดอร์
จำเป็นต้องบอกเลยว่าแสดงได้ดีจริง อีกคนที่ต้องชื่นชมเป็น เฟเด อัลวาเรซ
ผู้กำกับที่ได้มาสานต่อตำนานต่อจาก เดวิด ฟินเชอร์ ผู้กำกับระดับมาสเตอร์ของฮอลลีวู้ดอย่างลงตัว
สรุปได้ว่า The Girl in the Spider’s Web
เป็นภาคที่ลดความซับซ้อนของเนื้อหาลง
เป็นผลให้หนังค่อนข้างขัดใจกับแฟนเก่าที่ติดตามแฟรนไชส์นี้มายาวนาน แต่ได้แฟนกลุ่มใหม่ๆมากขึ้นแน่ๆ…

View More รีวิว The Girl in the Spider’s Web

Shadow – จอมกระบี่ไร้ตัวตน

Shadow – จอมกระบี่ไร้ตัวตน
ประเภท : Drama,หนังแอคชั่น
ผู้กำกับ : จาง อี้โหม
นักแสดง : ซุนลี่, อู๋จุน, เติ้งเชา
วันที่ฉาย : 8 เดือนพฤศจิกายน 2561
ภาพยนตร์เรื่องใหม่ปัจจุบันของยอดผู้กำกับมือทอง “จาง อี้โหมว ” Shadow – จอมกระบี่ไร้ตัวตน
ภาพยนตร์ที่เตรียมฉายสู่สายตาคนทั้งโลกใน 8 พฤศจิกายน 2561 หลายๆ
คนคงรู้จักผู้กำกับคนนี้ดีโดยเขาได้ฝากผลงานระดับมาสเตอร์พีชอย่าง Hero (2002), House of Flying Daggers (2004),
Curse of the Golden Flower (2006) และอีกมากมา
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Shadow – จอมกระบี่ไร้ตัวตน
เชื่อหรือไม่ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้กำกับจาง อี้โหมว
ใช้เวลาเขียนบทนานถึง 3 ปี ถ่ายทำอีก 2 ปี
นับราวๆการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ปาเข้าไป 5 ปีเต็ม บอกได้เลยว่างานละเอียดถี่ยิบแน่นอน
เรื่องย่อ เรื่องราวของ ชาโด้ ผู้มีฉายาว่า “จอมกระบี่ไร้ตัวตน” เกิดขึ้นในยุคสามก๊ก
ช่วงเวลาที่สับสนวุ่นวายที่สุดช่วงหนึ่งในแผ่นดินจีน เขาถูกกักขังเลี้ยงดูอยู่ในคุกใต้ดินตั้งแต่อายุ 8 ขวบ
เพื่อเหตุผลคือให้เขาเป็นตัวตายตัวแทนของขุนพลใหญ่แต่โชคชะตากลับพลิกผัน ชาโด้
ตัดสินใจครั้งใหญ่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อหวังทวงคืนสู่อิสระภาพ เขาจะไม่ยอมจมอยู่กับความมืดอีกต่อไป
มาร่วมทวงคืนอิสระภาพกับ”จอมกระบี่ไร้ตัวตน” ใน 8 เดือนพฤศจิกายน 2561 ทั่วประเทศ
สำหรับด้านนักแสดงของภาพยนตร์มีดังนี้ เฉิงไค (The Great Wall) ,
หูจุน (Red Cliff) , เติ้งเชา (The Mermaid) , อู๋เหล่ย (Asura) ,
หวังเชี่ยวหยวน (Saving Mr.Wu) , ซุนลี่ (The Lost Bladesman) ,
กวนเสี่ยงถง (The Founding of a Army)
หลายๆคนคงจะยังไม่เคยทราบอะไร Shadow – จอมกระบี่ไร้ตัวตน มีถ่ายทำด้วยเทคนิคพิเศษเป็น
การวาดภาพด้วยน้ำหมึกจีนวิธีการเล่าที่มีพื้นฐานมาจากประวัติศาสตร์จีน
ถึงแม้เทคนิคจะมองเก่าๆแต่ผลงานที่ออกมาสากลรวมทั้งทันสมัยสุดๆ…

View More Shadow – จอมกระบี่ไร้ตัวตน

The Walking Dead จะถูกเอามาทำเป็นหนังไตรภาค โดยใช้นักแสดงชุดเดิมจากซีรีย์

แม้ว่าผู้แสดง Rick Grimes ที่สวมบทบาทโดย Andrew Lincoln
จะหมดบทบาทลงแล้วใน The Walking Dead
ซีรีย์โทรทัศน์สุดฮิตทางช่อง AMC (สปอยล์ : เขาถูกส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปกับ Jadis เพื่อไปรักษาตัวจากรอยแผลที่ได้รับ)
ซึ่งนับว่าเป็นตอนสุดท้ายของตัวละครนี้ ภายหลังจากเล่นมายาวนานถึง 9 ฤดูกาล
แต่สำหรับผู้ใดที่ยังอินกับ Rick Grimes อยู่ ก็เตรียมเฮกันได้
เนื่องจากแฟนๆจะได้เห็น Lincoln ใน บท Rick Grimes อีกที
เมื่อ AMC ประกาศว่าจะนำ The Walking Dead มาทำเป็นภาพยนตร์แบบไตรภาค แล้วก็จะมี Lincoln กลับมาสวมบทบาทเดิม
แต่ยังไม่แน่ว่าจะทำเป็นหนังเพื่อฉายทางช่อง AMC หรือฉายในโรงหนัง
ซึ่งในเวลานี้ยังไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาของหนังออกมา
ยิ่งกว่านั้น ยังมีรายงานด้วยว่า AMC อาจจะดึงนักแสดงอย่าง Michael Cudlitz, Austin Amelio รวมทั้ง Ruben Blades
กลับมารับบทบาทเดิมของตนเองที่เคยเล่นเอาไว้ใน The Walking Dead รวมทั้ง Fear the Walking Dead ด้วย
โดย AMC เปิดเผยว่า หนัง The Walking Dead จะเกิดเรื่องราวต่อเนื่องจากตอนสุดท้ายของผู้แสดง Rick Grimes
ที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไป ซึ่งภาคแรกที่คิดแผนไว้นั้นจะบอกให้แฟนคลับได้ทราบถึงสถานที่ที่ Grimes ถูกพาตัวไป
และบอกเพราะสิ่งที่เขาควรต้องเผชิญกับซอมบี้ในแง่มุมใหม่ๆ
คืออะไรแต่ว่าบางครั้งอาจจะเป็นสถานะการณ์ที่ไม่ได้อยู่ในหนังสือต้นฉบับที่เขียนโดย Robert Kirkman ก็เป็นไปได้…

View More The Walking Dead จะถูกเอามาทำเป็นหนังไตรภาค โดยใช้นักแสดงชุดเดิมจากซีรีย์

The Kid Who Would Be King เด็กที่จะเป็นกษัตริย์

The Kid Who Would Be King อภินิหารดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์
กำกับและเขียนบท : โจ คอร์นิช
แนวภาพยนตร์ : แฟนตาซี , ผจญภัย
แสดงโดย : ลูอิส แอชบอร์น เซอร์กิส, ดีน โคมู, ทอม เทย์เลอร์,
ริฮานน่า ดอริส, แองกัส อิมรี่, แพทริค สจ๊วต และ รีเบคกา เฟอร์กูสันเข้าฉาย : 17 ม.ค. 2562
ภาพยนตร์ที่กำกับและเขียนโดย โจ คอร์นิช The Kid Who Would Be King
เด็กที่จะเป็นกษัตริย์ ภาพยนตร์แนวแฟนตาซี , ผจญภัย โดยได้ผู้แสดงนำฝ่ายของเรื่อง หลุยส์ เซอร์กิส (ลูกชายของแอนดี้ เซอร์กิส )
จะว่าเด็กก็ไม่ได้แล้วเพราะว่าในขณะนี้ตอนนี้เขาอายุ 14 แล้ว และพร้อมจะมาโชว์ความสามารถการแสดงบนหนัง
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Kid Who Would Be King เด็กที่จะเป็นกษัตริย์ ได้มีการปล่อยโปสเตอร์
และก็คลิปตัวอย่างแรกออกมาได้ไม่นานก็มีผู้คนกดเข้าไปดูสูงถึง 2 แสนคน
ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากกับคนชอบดูหนัง แฟนตาซี จะน่าสนุกแค่ไหนไปชม
ตัวอย่าง https://youtu.be/OWwVD1xdAX4
เรื่องย่อ เรื่องราวของ อเล็กซ์ เด็กหนุ่มอ้วนสั้นที่แสนธรรมดา เปิดเทอมวันแรกของโรงเรียนก็ถูกเพื่อนฝูงแกล้ง วันหนึ่งหลังเลิกเรียน อเล็กซ์
ได้โดนเพื่อนไล่แกล้งจนเขาหนีเข้าไปหลบอยู่ในพื้นที่หวงห้าม และนั้นเป็นเหตุทำให้ อเล็กซ์ ได้เจอกับเอ็กซ์คาลิเบอร์ ดาบในตำนานที่ปักอยู่ ในหิน
การเจอกับดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ กลายเป็นจุดกำเนิดของสงครามระหว่างเวทมนตร์คาถาโบราณ มาเจอกับโลกยุคปัจจุบัน
อเล็กซ์ควรต้องเก็บรวบรวมเหล่าเพื่อนฝูงเพื่อสร้างกลุ่มอัศวินร่วมกับพ่อมดเมอร์ลินในตำนาน เพื่อรวมพลังโค่นอำนาจของแม่มดร้าย มอร์กาน่า
โดยการกอบกู้อนาคต อเล็กซ์ จำเป็นต้องกลายเป็นหัวหน้าที่ยิ่งใหญ่ในศึกนี้
คอยชมกันได้แล้วที่โรงหนังทั่วประเทศ 17 มกราคม 2562…

View More The Kid Who Would Be King เด็กที่จะเป็นกษัตริย์

6 หนังสยองขวัญลุ้นระทึกที่ต้องไม่พลาด 1

เดอะ นันท์ เข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราเป็นที่เรียบร้อย
ซึ่งถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ใครหลายคนรอคอยมาอย่างยาวนานเพราะเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลคอนเจอริ่งคนเรียกผีอันโด่งดังนั่นเอง
ขณะเดียวกันกระแสตอบรับโดยรวมของหนังเรื่องนี้จัดว่าดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียวนั่นเป็นอีกหนึ่งกระแส
ที่บอกว่าหนังสยองขวัญยังคงเป็นแนวหนังทำเงินได้เสมอ เราจึงขอแนะนำ 6 หนังสยองขวัญมาให้คุณได้ดูกันเผื่ออยากจะทำให้คุณอยากสัมผัสความหลอนมากขึ้น

The Belko Experiment
เริ่มกันที่เรื่องแรกโดยเรื่องนี้ได้ เจมส์ กัน ผู้เขียนบทหนังหนังอย่าง กาเดี้ยนส์ ออฟ เดอะ
กาแลคซีทั้งสองภาคมารับงาน ซึ่งการันตีได้ว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน โดยหนังว่าด้วยกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีทั้งพนักงานบริษัท ช่างไม้
ผู้บริหารของบริษัทที่ตกกระไดพลอยโจนมาติดรวมกังถูกขังอยู่ในตึก ซึ่งเป็นตึกที่มีแผ่นเหล็กปิดทุกทางออกทำให้ไม่สามารถหนีออกไปจากตึกได้
แต่สิ่งหนึ่งที่จะทำให้พวกเขาเอาชีวิตออกไปจากตึกนรกแห่งนี้คือต้องเล่นเกมตามคำสั่งของชายปริศนา
และการทดลองใจในด่านต่างๆที่คอยออกคำสั่งให้ฆ่าพนักงานที่อยู่ในตึก ซึ่งหากขัดคำสั่งก็จะถูกฆ่าแทน
โดยแนวเรื่องค่อนข้างคล้ายกับแนวหลอนของซอว์ ตัดต่อตาย หากใครชอบแนวนี้นี่คืออีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรพลาด

อิท คัม แอท ไนท์
เป็นอีกหนึ่งสยองขวัญที่มากด้วยคุณภาพ ซึ่งมีการการันตีของดีด้วยการทำเงินได้สูงถึง 460ล้านบาท
เลยทีเดียวในการเข้าฉาย โดยว่าด้วยครอบครัว สามครอบครัวที่ต้องมาติดรวมกันอยู่ในบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่กลางป่าลึกเข้าไป
แต่สิ่งที่น่ากลัวคือมีสิ่งลึกลับมากอย่างที่มีชีวิตคอยจ้างเล่นงานเอาชีวิตของทั้งสามครอบครัวนี้
โดยระหว่างการหาทางเอาตัวรอดก็ต้องคอยระวังกับสิ่งมีชีวิตลึกลับอยู่ตลอดเวลาแต่ที่น่าลุ้นระทึกไปกว่า
นั้นคือเจ้าสิ่งมีชีวิตพวกนั้นไม่มีใครรู้ว่ามันคือตัวอะไรกันแน่จึงไม่มีวิธีการที่จะช่วยใหพวกเขาอยู่รอดปลอดภัยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
และที่สำคัญในยามค่ำคืนพวกเขาไม่สามารถจะออกมาข้างนอกได้เพราะพวกมันจ้องเล่นงานอยู่

วิช อูพอน
จัดเป็นหนังที่ทำรายได้ไปไม่น้อยโดยเฉพาะในเมืองไทยกับ วิช อูพอน
ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กผู้หญิงวัยเรียนไฮสคูลคนหนึ่งที่มักถูกแก๊งสาวแสบกลั่นแกล้งอยู่เสมอและทุกวันต้องใช้ชีวิตอยู่กับควมแค้น
และความเจ็บปวดจนวันหนึ่งได้รับของขวัญจากพ่อเป็นกล่องปริศนาซึ่งด้านข้างระบุว่าสามารถขอพรได้
7 ข้อ และเธอจึงตัดสินใจขอพรต่างๆรวมถึงการล้างแค้นด้วย แต่ารู้ไม่ว่ามันต้องแลกมาด้วยชีวิต…

View More 6 หนังสยองขวัญลุ้นระทึกที่ต้องไม่พลาด 1