4 อนิเมะสำหรับวันว่างของคนว่างๆ

ชีวิตเด็กอย่างเราๆ นี่น่าสงสารนะครับ เดี๋ยวก็สอบกลางภาค เดี๋ยวก็สอบปลายภาค
เดี๋ยวก็สอบเข้า สอบเล็ก สอบใหญ่ สอบย่อย สอบโอเน็ต สอบแกทแพท
สอบเคลียริ่งเฮาส์ สอบกสพท. สอบครู ฯลฯ ช่วงสอบแบบนี้บางทีอยากดูอะไร หนัง
ละคร ซีรีส์ แม้แต่อนิเมะ ก็ต้องเก็บไว้ก่อน เพราะถ้าดูแล้วติด
พาลไปสิบยี่สิบตอนก็ไม่ได้อ่านหนังสงหนังสือกัน
แต่ถ้าจะให้งดไปเลยนี่มันก็น่าเศร้าอยู่
เอาแบบนี้ไหมครับ ดูอนิเมะสั้นๆ ตอนละแค่สี่ห้านาที พอให้หายเบื่อ
แล้วจะได้มีกำลังใจกลับไปอ่านหนังสือเรียนต่ออีกสักพัก
Yama no Susume
เหตุการณ์ในอดีตทำให้อาโออิชอบเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร และกลัวความสูง
ทั้งที่เมื่อก่อนเคยชอบการปีนเขามาก
เพื่อนรักของเธอจึงพยายามชวนเธอกลับมาปีนเขาอีกครั้ง
นอกจากจะเป็นการ์ตูนน่ารักๆ ที่พูดถึงเรื่องการเอาชนะสิ่งที่กลัวให้ได้แล้ว
ก็ยังเป็นการนำเที่ยวญี่ปุ่นไปอีกทางหนึ่ง ดูแล้วอยากไปปีนเขาที่ญี่ปุ่นเลย
สอบเสร็จต้องไปแล้วล่ะ
Aggressive Retsuko
อนิเมะสั้นๆ ตอนละแค่ 1 นาที ที่เล่าเรื่องราวของ เร็ตสึโกะ
แพนด้าแดงสาวออฟฟิศอายุ 25 ปี ผู้ที่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ไม่ไหวกับบรรดาหัวหน้าแย่ๆ
เพื่อนร่วมงานห่วยๆ ชีวิตบัดซบ
เธอก็จะปลดปล่อยตัวเองด้วยการเขย่าหัวสุดแรงเกิดไปกับเพลงเดธเมทัลฮาร์ดคอร์
แน่นอนว่าชีวิตช่วงสอบนั้นย่อมบัดซบ แต่เราจะจมอยู่กับมันไม่ได้
ว้ากให้คอแตกแล้วกลับไปตั้งใจอ่านหนังสือเหมือนเร็ตสึโกะสิ
Makura no Danshi
สำหรับสาวๆ ที่อ่านหนังสือจนร่างกายและจิตใจอ่อนล้า แต่ว่าแฟนก็ไม่มี ฮ่าๆๆๆ
นี่คืออนิเมะที่ออกแบบมาเพื่อเยียวยาจิตใจที่เหนื่อยล้าของคุณ
ด้วยอนิเมะมุมมองบุคคลที่ 1 ซึ่งจะมีหนุ่มๆ มานอนข้างๆ เรา
พูดเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกดี หายเหนื่อย ก่อนจะส่งเราเข้านอนอย่างมีความสุข
ตอนละคน 12 ตอนก็ 12 คน มีหนุ่มๆ ให้เลือกทุกแนว
Yami Shibai
เป็นธรรมดานะครับที่อ่านหนังสือสอบยันดึกยันเข้าก็จะต้องง่วง
ฝืนอ่านไปก็ทรมานตัวเองแถมอ่านไม่เข้าหัวอีกต่างหาก
หาอะไรที่ทำให้สดชื่นตื่นเต็มตาดูหน่อยเป็นไงครับ ยามิชิไบ
เป็นการ์ตูนสยองขวัญสั้นๆ แค่ตอนละ 5 นาที
แต่รับรองว่าสามารถทำให้คุณนอนไม่หลับได้ทั้งคืน
แถมไม่ต้องกลัวเหงาเพราะคุณจะรู้สึกเหมือนมีคน (?)
อยู่ในห้องเป็นเพื่อนตลอดเวลา…

View More 4 อนิเมะสำหรับวันว่างของคนว่างๆ

รีวิว A Wrinkle in Time

A Wrinkle in Time ภาพยนตร์ผจญภัยแฟนตาซีที่เหมาะสมกับการดูแบบครอบครัว ดัดแปลงมาจากคำประพันธ์ในชื่อเดียวกันของผู้เขียนคนดัง แมเดลีน แลเกิล
(Madaleine L’Engle) 
ที่แปลเป็นภาษาต่างๆมากมาย และได้ เอวา ดูเวอร์เนย์ (Ave DuVernay) รับหน้าที่แต่งตั้งตัวอักษรทั้งหลายแหล่ให้เปลี่ยนเป็นภาพเคลื่อนไหว
ที่งดงาม พร้อมผู้แสดงคนที่ใครๆก็รู้จักอย่างอาทิ รีส วิเธอร์สปูน (Reese Witherspoon), มิดี คาลิง (Mindy Kaling) และ คริส ไพน์ (Chris Pine) มารับบทนำ 
และยังมีโอราห์ วินฟรีย์ (Oprah Winfrey) ผู้มีอิทธิพลที่วงการบันเทิงสหรัฐอเมริกา มาร่วมแสดงอีก
เป็นเรื่องราวของดอกเตอร์ อเล็กซ์ เมอร์รีที่หายตัวไปอย่างลึกลับในขณะทำทดสอบเรื่องการเดินทางผ่านเวลาในมิติที่ทำให้ เม็ก เมอร์รีชาร์ลส วอลเลซ และ คาวิน เพื่อนร่วมห้อง 
ต้องออกตามหาพ่อของเธอ รวมทั้งในระหว่างการเดินทางนั้นพวกเขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆจำนวนมาก ได้สอนให้พวกเขาได้ต่อสู้และก็เรียนรู้ว่า ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากแค่ไหน 
ภาพยนตร์ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นได้ในระยะแรก รวมทั้งต้องการทราบว่า เม็ก คาวิน และ ชาร์ลส วอลเลซต้องไปเสี่ยงอันตรายกับอะไรบ้าง แม้กระนั้นความระทึกใจก็ค่อยๆหายไป เนื่องจากไม่มีการผจญภัยไรให้เห็น 
เวทมนตร์คาถามองเห็นมีดีอยู่สิ่งเดียว เป็น มิสซิสวอตซิซึ่งสามารถแปลงตัวเป็นพาหนะได้แค่นั้น
ภาพยนตร์พาผู้ชมเดินทางไปยังโลกต่างมิติถึงสามสถานที่ด้วยกัน โดยเฉพาะสถานที่ท้ายที่สุด คาร์มาซอตซ์ อันเป็นสถานที่กลุ่มมวลพลังความมืดดำที่จักรวาลรวมกลุ่มอยู่ 
แผนภูมิที่ความระทึกใจเริ่มตื่นกลับมาขึ้นลงอีกรอบ ภายหลังมิสซิทั้งสามบิ้วอารมณ์ให้เห็นว่าจะมีบททดสอบที่ไม่น่าไว้วางใจรออยู่ 
กลับมีเพียงแค่ฉากพายุหมุนเพียงแค่นั้นที่ทำให้มีความรู้สึกถึงการเสี่ยงอันตราย แต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น เมื่อบททดสอบที่เหลือดูไม่มีอะไรเลย 
ด้วยภาพจำจากภาพยนตร์ผจญภัยแฟนตาซีหลายเรื่องที่จำต้องต่อสู้กับความชั่วร้าย มักจะได้เห็นเวทมนตร์คาถาหรือการใช้ศาสตราวุธสุดแกร่งเข้าปะทะโรมรันพันตูจนสามารถเอาชนะได้ 
และเปิดใจรับกับพลัง(ความรัก)อันบริสุทธิ์ของเด็กหญิงเข้ามาแทน แต่ว่าดูแล้วมันก็น่าเสียดายเช่นกัน ส่วนตัวก็เลยเห็นว่าภาพยนตร์มิได้ทรามถึงกับขนาดที่รับมิได้เลย 
ยังมีกราฟิกที่เล่นสีสันงดงาม เพลงประกอบเพราะให้ได้ฟัง และก็ได้มองเห็นการแสดงของศิลปินชั้นหนึ่งของเรื่องฉะนั้นคนใดกันแน่ต้องการดูหนังสบายไม่ต้องคิดไรมากมาย ถูกใจภาพสวย 
เพลงน่าฟังก็คงจะมาดูกันนะ

View More รีวิว A Wrinkle in Time

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1984 : Indiana Jones and the Temple of Doom

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1984เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Indiana Jones and
the Temple of Doom หรือ ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า 2 ตอน
ถล่มวิหารเจ้าแม่กาลี ภาพยนตร์ซีรี่ส์ชุด อินเดียน่า โจนส์ ภาค 2
ภายใต้ฝีมือกำกับของพ่อมดฮอลลีวู้ด สตีเว่น สปีลเบิร์ก
ภาพยนตร์เรื่อง Indiana Jones and the Temple of Doom
หรือ ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า 2 ตอน ถล่มวิหารเจ้าแม่กาลี กล่าวถึงความเชื่อและไสยศาสตร์ รวมไปถึงลัทธิบูชายัญ
โดยมีเรื่องราวตำนานของศาสนาฮินดู อย่าง พระศิวะ เจ้าแม่กาลี ศิวลึงค์ สังฆรา เป็นตัวเชื่อม
ส่วนภารกิจของ ดร.อินเดียน่า โจนส์ จะเริ่มตั้งแต่โดนตามล่าจากมาเฟียในเซี่ยงไฮ้ ก่อนจะเอาตัวรอด
วิลลี่ สก็อตต์ นักร้องสาวที่ตกกระไดพลอยโจน และ ช็อตราวน์
เด็กน้อยที่คอยติดสอยห้อยตามพระเอกของเราอย่าง แฮร์ริสัน ฟอร์ด
จากนั้น ดร.อินเดียน่า โจนส์ เดินทางจากเซี่ยงไฮ้ ไปยังหมู่บ้านห่างไกลแถบอินเดีย
ที่นั่นเขาได้พบกับชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อน เนื่องจากมีผู้มาขโมย
ศิวลึงค์ หินศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน แถมยังจับตัวเด็กๆ ไปด้วย งานนี้ตัวเอกเราเลยต้องผจญภัยอีกจนได้
ซึ่งแน่นอนว่าภายใต้ฝีมือการกำกับของพ่อมดฮอลลีวู้ดอย่าง
สตีเว่น สปีลเบิร์ก ตัวภาพยนตร์ Indiana Jones and the Temple
of Doom หรือ ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า 2 ตอน ถล่มวิหารเจ้าแม่กาลี ยังคงทำออกมาได้ไหลลื่นดูสนุก
อย่างไรก็ตาม ประเด็นต่างๆ ในเรื่องความเชื่อหรือการเล่าถึงตำนานต่างๆ ยังทำได้ไม่ดีนัก
และไม่ได้รู้สึกดูยิ่งใหญ่น่าลึกลับอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งอาจเพราะเป็นตำนานของฮินดู
ทำให้ทีมงานที่ส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์ ไม่คุ้นเคยหรือรู้สึกลึกซึ้ง นอกจากนี้จุดที่น่าเสียดายคือ ศิวลึงค์
ที่มีการพูดถึงในภาพยนตร์ถึง 5 ก้อน แต่พอเอาเข้าจริงกับปรากฏในหนังแค่ 3 ก้อน โดยอีก 2 ก้อน ที่
โมลา แรม ตัวร้ายของเรื่องบอกไว้ว่าถูกฝังอยู่ใต้วังแพนคอต ดันไม่มีการค้นหาอย่างจริงจังเสียอย่างนั้น
กระนั้นหากไม่ได้สนใจเรื่องตำนานเล่าขานแบบจริงจังสุดโต่ง
ภาพยนตร์ Indiana Jones and the Temple of Doom หรือ ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า 2 ตอน ถล่มวิหารเจ้าแม่กาลี
ถือว่าทำออกมาได้ดีตลอด 118 นาที โดยเฉพาะบรรดาการแสดงต่างๆ ถือว่าทำได้ดี
แถมยังมีดารารับเชิญโผล่ในหนังอีกเพียบ ไม่เว้นแม้แต่ สตีเว่น สปีลเบิร์ก และ จอร์จ ลูคัส
ที่โผล่มาสวมบทมิชชั่นนารีแถมสนามบินตอนต้นเรื่อง หรือแม้กระทั่ง แฟรงค์ มาร์แชลล์ ในบทนักท่องเที่ยว
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ Indiana Jones and the Temple of Doom หรือ ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า 2 ตอน
ถล่มวิหารเจ้าแม่กาลีจะกวาดรายได้จากการเข้าฉายที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดาไปกว่า
333 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 27 ล้านดอลลาร์…

View More ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1984 : Indiana Jones and the Temple of Doom

Mortal Engines เมืองจักรกลมรณะ

Mortal Engines เมืองจักรกลมรณะ
ผู้กำกับ ปีเตอร์ แจ็คสัน,คริสเตียน ริเวอร์
หมวดหมู่ แอ็คชัน แฟนตาซี วิทยาศาสตร์
ผู้แสดง ฮูโก้ เวฟวิ่งโรเบิร์ต ชีฮาน, สตีเฟ่น แล
วันที่เข้าฉาย 05 เดือนธันวาคม 2018
ภาพยนตร์แฟนตาซีของ ปีเตอร์ แจ็คสัน คนที่เคยฝากผลงานหนังฟอร์มยักษ์ไว้อย่าง The Lord of the Rings 2001-2003 รวมทั้งสิ้น ตอน 
ซึ่งปัจจุบันได้ออกมาสร้างผลงานภาพยนตร์แฟนตาซีกันอีกรอบในรูปภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า Mortal Engines เมืองจักรกลมรณะ หนังดัดแปลงจากนิยายของฟิลิป รีฟ บอกกล่าวถึงอนาคตอันแสนไกล เมืองที่ถูกปรับปรุงให้ติดล้อ หรือบินบนอากาศได้แล้ว
แบบอย่าง https://youtu.be/F1Gn9BE6I_c
สำหรับ ปีเตอร์ แจ็คสัน ผู้กระทำหน้าที่ควบคุมหนังและเขียนบทได้ลงมือร่วมงานกับขาประจำเป็น ราน วอลช์ ผู้เป็นหุ้นส่วนและก็ภรรยาของเขา โดยได้มอบหน้าที่ควบคุมกองถ่ายให้ คริสเตียน ริเวอร์
ผู้เคยปฏิบัติงานทำงานด้านเทคนิคพิเศษให้ King Kong รวมทั้งถ่ายภาพยนตร์ย่อยอย่าง The Hobbit
เรื่องย่อ เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อหลายพันปี ข้างหลังสถานะการณ์ทำลายล้างอารยธรรมที่เกิดขึ้นในความวิบัติ มนุษย์ได้ปรับพฤติกรรมและก็ได้ปรับปรุงวิถีชีวิตใหม่ขึ้น ถิ่นอาศัยต่างๆที่เคยอาศัยอยู่แบบปกติ สามารถบินได้ ติดล้อได้แล้ว 
โดยในขณะนี้เมืองเคลื่อนขนาดใหญ่กำลังตระเวนท่องโลกเก็บเมืองเล็กที่อาศัยอยู่บนโลกให้หมด ทอม นัตส์เวิร์ธธี ผู้อาศัยอยู่ในดับล่างของเมืองเคลื่อนที่ของลอนดอนได้อาศัยต่อสู้เพื่ออยู่รอด แล้วก็ชะตากรรมทำให้เขาได้มาเจอกับ เฮสเตอร์ ชอว์ 
สองตนต่างขั้ว ซึ่งมีทางที่ไม่บรรจบกันกลับสามารถประสานมือเป็นผู้ส่งเสริมร่วมต่อสู้กันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ดังนี้ผู้ที่เข้าไปดูตัวอย่างความอลังการกันแล้วยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส วางระบุหนังฉายไว้เดือน เดือนธันวาคม 2018ซึ่งบ้านพวกเราก็จะได้ดูกันในวันที่ 05 ธ.ค. 2018

View More Mortal Engines เมืองจักรกลมรณะ

รวมนักแสดงที่เสียชีวิต ก่อนผลงานเรื่องสุดท้ายออกฉาย

เป็นเรื่องน่าเสียดาย สำหรับนักแสดงที่ได้ฝากผลงานการแสดงไว้
แต่โชคร้ายเมื่อมาเสียชีวิตระหว่างที่ภาพยนตร์ยังถ่ายทำไม่เสร็จ
เพื่อเป็นการรำลึกถึงผลงานของพวกเขา เราจึงได้รวบรวมผลงานของนักแสดงเหล่านั้น
เพื่อให้คุณได้ติดตามกัน
ฮีธ เลดเจอร์
นักแสดงผู้โด่งดังสุดขีดในบทโจ๊กเกอร์ ในภาพยนตร์ The Dark Knight
ของผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลน ที่มาเสียชีวิตในอพาร์ตเมนต์ เมื่อเดือนมกราคม ปี
2008 ซึ่งในช่วงเวลานั้นเขามีคิวในการถ่ายทำภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่อง The
Imaginarium of Doctor Parnassus ซึ่งทางผู้สร้างได้แก้ปัญหาโดยการให้ จอห์นนี่
เด็ปป์, โคลิน ฟาร์เรล และ จู๊ด ลอว์ มาร่วมแสดงในบทบาทของ ฮีธ เลดเจอร์
แอนทอน เยลชิน
นักแสดงที่แฟนหนังต่างประทับใจในบทบาท พาเวล เชคอฟ ลูกเรือสัญชาติรัสเซีย
ในภาพยนตร์ Star Trek เขาเสียชีวตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
โดยได้ฝากผลงานหนังเรื่อง Star Trek Beyond เป็นผลงานชิ้นสุดท้าย
พอล วอล์คเกอร์
นักแสดงจากภาพยนตร์ Fast and Furious เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์
โดยในขณะนั้นเขาอยู่ระหว่างการถ่ายทำหนังเรื่อง Fast 7 ยังอยู่ระหว่างการถ่ายทำ
ซึ่งทีมงานได้ตัดสินใจให้พี่น้องวอล์คเกอร์มาถ่ายทำแทนแล้วใช้เทคนิค CGI
ช่วยเสริมให้ใบหน้าคล้ายพอล จนออกฉายได้สำเร็จ
และเป็นการรีไทร์บทบาทของพอลในหนังได้อย่างประทับใจ
แบรนดอน ลี
ลูกชายของ บรูซ ลี นักแสดงในหนัง The Crow อีกาพญายม
เขาเสียชีวิตในระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เป็นเวลา 8 วันก่อนที่หนังจะถ่ายทำจบ
ทำให้ทีมงานต้องปรับแต่งบทและใช้เทคนิคพิเศษเพื่อให้หนังจบได้สมบูรณ์
มาริลิน มอนโร
นักแสดงผู้โด่งดังและกลายเป็นดาวเด่นของฮอลลีวู้ด เสียชีวิตในบ้านพัก เมื่อวันที่ 5
สิงหาคม 2505 โดยในช่วงนั้นเธออยู่ระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Something’s
Got To Give
ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน
นักแสดงมากฝีมือ เสียชีวิตเมื่อ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014
มีผู้พบร่างของฮอฟฟ์แมนเสียชีวิตอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของเขาในแมนฮัตตัน
โดยในตอนนั้นอยู่ระหว่างการถ่ายทำหนังเรื่อง The Hunger Games: Mockingjay
คลาร์ก เกเบิล
นักแสดงผู้โด่งดังจาก Gone with the Wind
เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายขณะที่อยู่ในช่วงของการถ่ายทำ The Misfits (1961)
ซึ่งหนังเรื่องนี้เขาร่วมเล่นกับ มาริลิน มอนโร นักแสดงผู้โด่งดัง…

View More รวมนักแสดงที่เสียชีวิต ก่อนผลงานเรื่องสุดท้ายออกฉาย

วิธีการคัดประเภทหนังและการจัดหมวดหมู่

ภาพยนต์ sci-fi นั้นคือการนำวิทยาศาสตร์และจินตนาการสุดล้ำลึกมาผสมผสานกัน
สร้างเป็นหนังแนวอนาคตเน้นการนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ วิทยาการ หรือเทคโนโลยีก้าวล้ำ
อันส่งผลกระทบต่อบุคคลหรือต่อสังคมโลก โดยมีการดูอย่างง่ายๆว่าหนังเรื่องนั้นเป้นหนังแนว sci-fi หรือไม่
1.การเดินทางท่องอวกาศ-ท่องกาลเวลา
การเดินทางออกนอกโลกเพื่อปฏิบัติภารกิจบางอย่าง
หรือการสำรวจอวกาศยังต่างดาวอื่นๆหรือแม้กระทั้งการเดินทางผ่านกาลเวลาแบบ ย้อนอดีต ท่องอนาคตหรือมิติคู่ขนาน
2.สิ่งแวดล้อมใหม่แห่งโลกอนาคต
ผลกระทบจากวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีต่อวิถีผู้คนในสังคมหรือสิ่งมีชีวิ ตอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็นเชิงสิ่งแวดล้อม/ภัยธรรมชาติ ระบบเศรษฐกิจ ระบบการเมือง หรือแม้แต่ประเด็นทางศาสนา-ลัทธิความเชื่อ
3.วิทยาการ-เทคโนโลยีสุดล้ำ
การมีสิ่งประดิษฐ์หรือ อุปกรณ์เทคโนโลยี-นวัตกรรมล้ำสมัย
อาทิระบบคอมพิวเตอร์,หุ่นยนต์,หรือองค์ความรู้วิทยาการล้ำยุคอย่างนาโนเทคโนโลยี พันธุวิศวกรรม การโคลนิ่ง
4.สิ่งมีชีวิตพิเศษเหนือธรรมชาติหรือลี้ลับ
อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดนอกโลก อาทิ มนุษย์ต่างดาว
สัตว์ประหลาดต่างดาวหรือสิ่งมีชีวิตพิเศษที่เกิดขึ้นภายในโลกเอง ซึ่งมักเกิดจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์
หรือการกลายพันธุ์วิวัฒนาการตามธรรมชาติ
ตัวอย่างภาพยนต์
1.Sunshine
เริ่มต้นเรื่องว่าด้วยการจุดระเบิดดวงอาทิตย์ ส่งผลให้โลก เย็นตัวลง
ยานอวกาศพร้อมลูกเรือจำนวนหนึ่งก็ได้พากันเอาลูกระเบิดที่ร้าย
แรงที่สุดเท่าที่มนุษย์จะมีปัญญาทำได้ออกเดินทางเพื่อไปหย่อนลงแกนกลางดวง
อาทิตย์เพื่อให้กลับมาเจิดจ้าอีกครั้ง
2.Space Cowboys
พูดถึงอดีตทีมนักบินที่เก่งกาจซึ่งต้องกลับไปช่วยนาซ่าทำภารกิจซ่อมแซม
ดาวเทียมรุ่นเก่าแก่อีกครั้งเนื่องจากคนยุคใหม่ๆนั้นไม่มีใครซ่อมมันเป็น แล้ว
พวกคนที่ปลดเกษียณไปจึงต้องรวมพลออกไปทำภารกิจกันอีกครั้ง
3.Space Brothers
เรื่องราวของสองพี่น้องที่สัญญากันไว้ว่าจะต้องเป็นนักบินอวกาศด้วยกันให้ได้ แต่สุดท้ายคนน้องกลับไปถึงฝันก่อน
คนพี่จึงขอเดินตามความฝันด้วย
4.Event Horizon
ยานกู้ภัยลำหนึ่งที่ต้องเข้าไปกู้ซากยาน Event Horizon ที่สาปสูญไประหว่างเดินทางข้ามมิติ
แล้วมันกลับปรากฏมาอีกครั้งพร้อมสัญญาณขอความช่วยเหลือ
ซึ่งนั่นก็เกิดเป็นคำถามขึ้นมาว่าช่วงที่มันหายไปนั้นมันหายไปไหนมาเพราะว่า
ข้อความสุดท้ายที่ปรากฏอยู่ในยานมันคือคำว่าSave Yourself
5.Serenity
สองพี่น้องที่บังเอิญไปรู้ความลับบางอย่างของจักรวรรดิแห่งหมู่จักรวาลเข้า
เลยต้องมาอาศัยทีมสลัดอวกาศพเนจรให้ช่วยพาหลบหนีการตามล่า
และในขณะเดียวกันพวกเขาก็พยายามจะเปิดโปงความจริงที่รู้มาให้ทั้งกาแลคซี่ ล่วงรู้ไปด้วย จุดเด่นที่สุดของ
Joss Whedon คือการบริหารจัดการให้ตัวละครจำนวนมากในหนัง
ให้ได้มีที่ยืนของตัวเองที่โดดเด่นพอจะให้คนจดจำแม้ว่าจะไม่ได้เป็นตัว ดำเนินเรื่องหลักก็ตาม
แทบทุกตัวละครจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจและจับต้องได้…

View More วิธีการคัดประเภทหนังและการจัดหมวดหมู่

เปิด 2 ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของจักรวาล เดอะ คอนเจอร์ริ่ง

หากพูดถึงภาพยนตร์แนวหลอนหรือหนังสยองขวัญในเวลานี้คงไม่มีใครเด่นเท่ากับจักรวาล เดอะ คอนเจอร์ริ่งอีกแล้ว
เพราะถือได้ว่าเป็นหนังสยองขวัญแนวใหม่ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนหนังในทุกภาคที่ถูกปล่อยออกมา โดยผ่านฝีมือการกำกับจาก เจมส์ วาน
ว่าด้วยการนำเรื่องราวอิงจากเรื่องจริงของสองคู่รักคนล่าผีอย่าง เอ็ด และลอร์เรน วอร์เรน
มาถ่ายทอดเรื่องราวสู่จอเงินที่ถึงแม้จะถูกแต่งให้สนุกมากขึ้น แต่ก็บังตีความออกมาได้สมจริง
สำหรับ เอ็ดนั้นเป็นที่รู้จักกันในฐานะนักปีศาจวิทยา ส่วน ลอร์เรน
เป็นร่างทรงที่มีญาณพิเศษสามารถสัมผัสถึงสิ่งลี้ลับได้ทำให้ทั้งคู่มักได้รับกวามช่วยเหลือผู้ที่ต้องประสบภัยเหนือธรรมชาติ
อยู่เสมอรวมไปถึงเหล่าคนจากต่างแดนด้วยเช่นกันนั่นทำให้ชื่อของคู่รักนักล่าผีไปที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
ก่อนต่อมาจะถูกนำมาทำเป็นหนังบนจอเงินที่หยิบภารกิจเคสที่คู่รักนี้เคยไปเจอมากับตัว
และนี่คือสองภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของจักรวาล เดอะ คอนเจอร์ริง เดอะ คอนเจอร์ริง เบตชีบา
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล เดอะ คอนเจอร์ริง
กับภาคแรกที่นำเรื่องราวสุดหลอนของหนึ่งในเหตุการณ์ที่เอ็ด และลอร์เรน
ไปเจอมาจริงๆกับครอบครัวหนึ่งที่เพิ่งย้ายเข้ามาบ้านหลังใหม่
แต่กับถูกวิญญาณร้ายคอยจ้องเล่นงานอยู่เสมอ เพราะสถานที่แห่งนี้ถูกสาปโดย เบตชีบา หญิงชราที่เคยมีชีวิตอยู่จริง
และเป็นเจ้าของพื้นที่แห่งนี้แต่ต้องตายด้วยความแค้นจึงทราบเอาไว้ว่าหากใครเข้ามาอยู่พื้นที่นี้ต้องจบลงด้วยความตาย
ส่วนครอบครัวดังกล่าวที่ถูกรังควานจากวิญญาณร้ายทำให้ต้องขอแรงสองคู่รักนักล่าผีให้มาช่วยปัดเป่า
โดยตลอดทั้งเรื่องถ่ายทอดออกมาได้สมจริงเป็นหนังสยองขวัญที่เข้าถึงารมณ์คยคนดูจึงทำให้ประสบความสำเร็จ
ตั้งแต่ภาคแรกที่ออกฉายอมส่งผลให้มีการทำภาคสองออกมาสร้างความหลอนต่อเนื่อง เดอะ คอนเจอร์ริง คดีบ้านสยองขวัญเอ็นฟีลด์
หลังประสบความสำเร็จในภาคแรกก็ถูกสร้างภาคสองออกมาให้ผู้ชมได้หลอนกันต่อเนื่อง
โดยในภาคสองนั้นหลอนยิ่งกว่าเดิมจริงๆเป็นภาคที่หลายคนรอคอยเพราะเป็นการนำเรื่องราวของบ้านผีสิงที่โด่งดังที่สุดในอังกฤษมาสร้างนั่นเอง
ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นจัดเป็นเหตุการณ์ที่ดังมากๆในสมัยนั้นของอังกฤษกับครอบครัวที่ต้องเจอความหลอน
และเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้น โดยในเรื่องคู่รักนักล่าผีได้รับการไหว้วานให้มาช่วยปัดเป่า
แม้ในตอนแรกจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็เข้ามาช่วยเหลือจนขับไล่ปีศาจร้ายออกไปได้สำเร็จ
แต่ในเรื่องจริงทางคู่รักทั้งเอ็ด และลอร์เรน
ไม่ได้ขับไล่ผีออกไปเพียงแต่มาเฝ้าดูในฐานะผู้สังเกตุการณ์เท่านั้น
ซึ่งคนที่มีส่วนร่วมมากที่สุดเป็นบาทหลวงที่เข้ามาช่วยปัดเป่าเปลี่ยนจากหนักเป็นเบานั่นเอง…

View More เปิด 2 ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของจักรวาล เดอะ คอนเจอร์ริ่ง

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1979 : 007 Moonraker

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1979เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น 007 Moonraker
หรือ 007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ อีกหนึ่งภาคของ เจมส์ บอนด์ที่ทำรายได้ถล่มทลาย ภายใต้ฝีมือกำกับของ เลวิส กิลเบิร์ต
และดารานำอย่าง โรเจอร์ มัวร์ ภาพยนตร์เรื่อง พ้น 007 Moonraker หรือ 007
พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ กล่าวถึงเรื่องราวของ เจมส์ บอนด์ ที่ถูกส่งไปสืบสวนเรื่องโจรขโมยลึกลับที่ขโมยกระสวยอวกาศ
ทำให้ เจมส์ บอนด์ สืบสาวตัวไปถึง ฮิวโก้ แดร็กซ์เจ้าของกิจการผลิตชิ้นส่วนกระสวยอวกาศ
จากนั้น เจมส์ บอนด์ ได้พบกับ ดร.หญิง ฮอลลี่ กู๊ดเฮด นักวิทยาศาสตร์วิจัยด้านอวกาศ ซึ่งเธอก็เป็น CIA
มาสืบเรื่องราวของแดร็กซ์ด้วยเช่นกัน เจมส์ บอนด์จึงได้แกะรอยไปตามสถานที่ต่างๆ ได้แก่ รัฐแคลิฟอร์เนีย, เวนิส,ริโอเดจาเนโร และ ป่าอะเมซอน
ซึ่งท้ายที่สุด เจมส์ บอนด์ ต้องเดินทางขึ้นไปในอวกาศซึ่งเป็นสถานที่อยู่อาศัยของเผ่าพันธุ์มนุษย์รุ่นใหม่ ก่อนที่ ฮิวโก้แดร็กซ์ จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์บนโลก
ซึ่งมีเพียงแค่พระเอกของเราอย่าง เจมส์ บอนด์ เท่านั้น ที่สามารถหยุดยั้งได้
ภาพรวมของภาพยนตร์ 007 Moonraker หรือ 007พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ อาจไม่ถึงกับยอดเยี่ยมที่สุดในหนังชุด เจมสื
บอนด์ เพราะกวาดรายได้ไป 210 ล้านดอลลาร์จากการเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา อยู่ในลำดับ 7 จาก 22 เรื่องของ เจมส์ บอนด์
แถม 007 Moonraker หรือ 007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆอาจเป็น เจมส์ บอนด์ ภาคที่เรียกได้ว่าหลุดโลกที่สุด
เพราะฉากไคลแมกซ์ของเรื่องต้องไปต่อสู้ถึงบนสถานีอวกาศเพราะได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์เรื่อง Star Wars
ซึ่งกำลังโด่งดังเป็นกระแสอยู่ขณะนั้นอย่างไรก็ตาม ด้วยทุนสร้าง 34 ล้านดอลลาร์ ภาพยนตร์ 007
Moonraker หรือ 007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในปี 1979 โดยเฉพาะ โรเจอร์
มัวร์ ที่ยังคงทำหน้าที่ เจมส์ บอนด์ ได้อย่างยอดเยี่ยมโดยระหว่างการถ่ายทำ ในระหว่างที่ถ่ายทำ 007
Moonraker หรือ 007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ พระเอกของเราอย่างโรเจอร์ มัวร์ เกิดป่วยเป็นโรคนิ่วในไต ต้องเข้ารับการผ่าตัด
ทำให้ผู้สร้างต้องถ่ายทำบางส่วนไปก่อนระหว่างรอให้ โรเจอร์ มัวร์ กลับมาเข้ากล้องได้อีกครั้ง
ขณะที่ตัวร้ายอย่าง ไมเคิล ลอนสเลด ที่รับบทเป็น ฮิวโก้แดร็กซ์ ก็สร้างภาพนักธุรกิจผู้ดีมาดนิ่งแต่ชั่วร้าย
ซึ่งเป็นลักษณะเด่นแบบเดียวกับนักโทษหนีคดีที่วางแผนชั่วกลับมาอย่างเท่ๆ กลายเป็นอีกหนึ่งตัวร้ายที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุด
ปิดท้ายที่การกลับมารับหน้าที่ผู้กำกับของ เลวิส กิลเบิร์ตที่ทำหน้าที่ผู้กำกับในภาคที่แล้ว ทำให้อารมณ์ของภาพยนตร์ ทำ
007 Moonraker หรือ 007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ ต่อเนื่องจาก 007 The Spy Who Loved Me ซึ่งแน่นอนว่าคุณจะไม่เสียดายเวลา
126 นาที ที่เสียไปเลยแม้แต่น้อย…

View More ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1979 : 007 Moonraker

สการ์เล็ต โจแฮนน์สัน กับที่มาของกระแสต่อต้านจนต้องถอนตัวหนังใหม่

สการ์เล็ต โจแฮนน์สัน นักแสดงสาวชื่อดังและถือเป็นเบอร์ต้นๆ
ของวงการฮอลลีวู้ด แฟนหนังหลายๆ
คนอาจจะรู้จักและคุ้นเคยกับเธอในบทบาทของสายลับสาว นาตาชา โรมานอฟ หรือ
แบล็ควิโดว์ จากภาพยนตร์ฮีโร่ของมาร์เวล
แต่นอกเหนือจากเธอก็ยังคงรับงานแสดงในบทภาพยนตร์อื่นๆ
ดังเช่นนักแสดงทั่วไปในฮอลลีวู้ด เพื่อท้าทายความสามารถของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
แต่ก็เป็นสัจธรรมอย่างหนึ่ง เมื่อมีด้านบวกก็ย่อมเจอด้านลบ
ไม่ว่าเป็นใครก็ไม่อาจหนีพ้นกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอยู่เรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้คือภาพยนตร์เรื่อง Ghost in the Shell
ที่เธอรับบทเป็นตัวละครจากต้นฉบับแอนิเมชั่นซึ่งเป็นชาวเอเชีย
แม้จะมีอธิบายถึงที่มาของการเปลี่ยนแปลงแล้วก็ตามในภาพยนตร์
แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับจากแฟนหลังเท่าไหร่นัก
และเคสล่าสุดกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เธอตกลงรับแสดงก็โดนกระแสต่อต้านอย่างหนัก
หน่วง จนถึงกับต้องประกาศถอนตัวไปในทันที
RubTug คือชื่อของภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เธอตัดสินใจร่วมแสดง
เธอจะรับบทเป็นตัวละครชายข้ามเพศ
ที่เปลี่ยนตัวเองจากผู้หญิงเป็นผู้ชายเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการมาเฟีย
แต่เมื่อมีประเด็นละเอียดอ่อนแบบนี้
ทำให้การตัดสินใจร่วมแสดงในเรื่องนี้ต้องโดนกระแสต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่ม
Transgender
โดยพวกเขาได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความไม่เหมาะสมที่สการ์เล็ตเลือกนำแสดงเป็นตัว
ละครนี้ จนในที่สุด สการ์เล็ต ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Out
ว่าจะขอถอนตัวจากบทบาทในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว
“จากการตั้งคำถามที่เกิดขึ้นมากมายระหว่างที่ฉันตัดสินใจแสดงเป็น Dante Tex Gill
ฉันได้ตัดสินใจด้วยความเคารพอย่างสูงว่าจะถอนตัวจากการมีส่วนร่วมในโปรเจ็คต์นี้
ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมายจากสังคมกลุ่มนี้ตั้งแต่ฉันได้เริ่มต้นคัดเลือกบทดังกล่าว
และเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่อ่อนไหวทางความรู้สึก” สการ์เล็ตชี้แจงผ่านสื่อ
ประเด็นเรื่องการเลือกนักแสดงมารับบทบาทที่ไม่ตรงกับเพศของนักแสดงนั้นยังเป็นประเ
ด็นที่ถูกนำมาถกเถียงอย่างต่อเนื่องในสังคมฮอลลีวูด
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านการให้โอกาส หรือความเท่าเทียมก็ตาม
แต่ก็ใช่ว่าการนำนักแสดงที่มีเพศชายหรือหญิงมาแสดงเป็น Transgender
จะไม่เคยเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เอ็ดดี้ เรดเมนย์ ก็เคยรับบทเป็น ลิลี่ เอลบี
หญิงข้ามเพศในภาพยนตร์เรื่อง The Danish Girl จนสามารถเข้าชิงรางวัลออสการ์
สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม
เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าในท้ายที่สุดแล้ว ภาพยนตร์เรื่อง RubTug
จะหาทางออกอย่างไร และมีทิศทางออกมาในรูปแบบไหน…

View More สการ์เล็ต โจแฮนน์สัน กับที่มาของกระแสต่อต้านจนต้องถอนตัวหนังใหม่

เดากันไปเรื่อย! แฟนๆ โหวตเจ้าของบท เจมส์ บอนด์ คนต่อไป

หลังจากที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า ภาคต่อของภาพยนตร์ James Bond
สายลับสัญชาติอังกฤษในภาคต่อไป จะเป็นภาคสุดท้ายที่เดเนียล เครก
จะรับบทสายลับรหัส 007 แม้จะยังไม่มีเนื้อเรื่องย่อ หรือข้อมูลใดๆ เปิดเผยออกมา
แต่โปรเจคต์การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็กำลังจะเริ่มต้นการถ่ายทำในช่วงเดือนธันวาคมในปีนี้
โดยทางด้านของโปรดิวเซอร์ของเฟรนไชส์นี้อย่าง Barbara Broccoli
ก็จะเริ่มสรรหานักแสดงคนใหม่มารับบทดังกล่าวหลังปี 2020 ซึ่งในระหว่างนี้
เพื่อไม่ให้รอจนกร่อยเกินไป เหล่าแฟนหนังก็ได้แต่เสนอไอเดีย
โดยทำโพลเพื่อโหวตคนที่จะมารับบทดังกล่าวนี้ไปพลางๆ
โดย ODEON โรงภาพยนตร์ชื่อดังของประเทศอังกฤษ
ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นแฟนหนังชาวอังกฤษกว่า 1,000 คน
โดยสอบถามว่านักแสดงชาวอังกฤษคนไหนที่พวกเขาอยากจะให้มารับบทเป็น เจมส์
บอนด์ คนต่อไป ซึ่งผลออกมาว่า
อันดับที่ 5 เจมส์ นอร์ตัน (5%)
อันดับที่ 4 ไอเดน เทอร์เนอร์ (5%)
อันดับที่ 3 ทอม ฮิดเดิลสตัน (11%)
อันดับที่ 2 ทอม ฮาร์ดี้ (22%)
อันดับที่ 1 ไอดริส อัลบา (26%)
ทางด้านของเจ้าตัว ไอดริส เอลบ้า ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Good Morning Britain
ในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Yardie โดยผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เขาเป็น 007
คนต่อไปหรือไม่? ซึ่งไอดริสได้ตอบกลับสั้นๆ ว่า “ไม่”
ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ตอบคำถามอะไรเพิ่มเติมอีก ซึ่งค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า
สายลับรหัส 007 คนต่อไปคงจะไม่ใช่เขาคนนี้อย่างแน่นอน
แต่อย่างไรก็ตาม แฟน ๆ ก็ยังคงมีหวังอยู่ว่านี่อาจเป็นเรื่องที่เขายังไม่สามารถเปิดเผยได้
เพราะก่อนหน้านี้ ไอดริส เอลบ้าก็ได้โพสต์ทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขาปั่นหัวแฟนๆ
ในเชิงว่าเขาคือคนที่รับบท James Bond คนต่อไปมาแล้ว
ซึ่งกว่าที่เราจะได้รู้ว่าใครจะมารับบทเจมส์ บอนด์คนต่อไป
คงเป็นเรื่องในอนาคตที่ต้องรอกันอีกสักพัก เพราะในตอนนี้ภาพยนตร์เจมส์
บอนด์ส่งท้ายของ เดเนียล เครก ก็กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการสร้างพอดี
แม้ว่าจะติดขัดปัญหากับการต้องหาตัวผู้กำกับคนใหม่มาแทนแดนนี่
บอยล์ที่ถอนตัวไปก็ตาม เราคงต้องรอติดตามกันว่า
อนาคตของแฟรนไชส์สายลับนี้จะออกมาเป็นอย่างไร…

View More เดากันไปเรื่อย! แฟนๆ โหวตเจ้าของบท เจมส์ บอนด์ คนต่อไป