Homestay ภาพยนตร์ไทยที่น่าจับตามอง กับการโปรโมตที่ค่อนข้างแหวกแนว

หนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้น Homestay
ซึ่งมีการโปรโมตที่เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย จนกลายเป็นที่พูดถึงกันในวงกว้าง

แนวทางการโปรโมตของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือตัวละครหนึ่งในเรื่องที่เรียกว่า ผู้คุม
จะไปทำการยึดครองเพจเฟซบุ๊คดังต่างๆ ก่อนที่จะปล่อยโปสเตอร์ของหนัง
พร้อมกับทำการบอกเล่าเรื่องต่างๆ
โดยที่ใช้สรรพนามแบบยุคสมัยพ่อขุนรามคำแพง นั่นก็คือคำว่ากูมึง
นี่คือสิ่งที่แทบไม่มีเพจดังเพจไหนใช้กันสักเท่าไหร่
เนื่องจากมันดูค่อนข้างหยาบคายในสังคมสาธารณะ

และถ้าลองหลับตานึกภาพดูว่า ไอดอลที่กำลังมาแรงแห่งยุคอย่าง เฌอปราง BNK48
จะใช้คำว่ากูมึงลงในเพจตัวเอง มันจะออกมาแปลกๆ แค่ไหน นั่นแหละใช่เลย
เพราะว่ามันดูแปลกและขัดกับบุคลิกของตัวเธอจริงๆ ทำเอาเป็นกระแสพอสมควร
เพราะการที่ไอดอลคนหนึ่งจะใช้คำแบบนี้คงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะเท่าไหร่
แต่หลายคนก็เข้าใจได้ว่ามันคือการโปรโมตหนังในรูปแบบหนึ่ง
ซึ่งเรื่องนี้ตัวเธอเองก็เป็นหนึ่งในนักแสดงนำด้วย

นี่แหละคือการโปรโมตที่ดี ซึ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นที่กล่าวขวัญถึงไปทั่ว
และสำหรับใครที่อยากทราบว่าเรื่องย่อของ Homestay เป็นอย่างไร
ก็ลองมาดูกันได้เลยตามนี้

Homestay ว่าด้วยเรื่องของ ผู้คุม (แสดงโดย นพชัย ชัยนาม)
ที่มาให้รางวัลวิญญาณเร่ร่อนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งบนโลกมนุษย์
ในร่างของเด็กมัธยมปลายคนหนึ่งที่ชื่อว่า มิน (แสดงโดย ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ)
ซึ่งนอนแน่นิ่งเสียชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง นี่แหละคือที่มาของชื่อเรื่อง
เพราะการอาศัยร่างมนุษย์ใช้ชีวิตบนโลกนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการพักแบบโฮมสเต
ย์ โดยจะมีเวลาให้ 100 วัน สำหรับการหาคำตอบว่า มิน นั้นเสียชีวิตเพราะใคร
ถ้าหากว่าหาคำตอบไม่ได้ตามที่กำหนด
ก็จะต้องตายและสละร่างโฮมสเตย์ไปตลอดกาล

ร่างของ มิน ได้มาพบรักกับ พาย (แสดงโดย เฌอปราง อารีย์กุล หรือ เฌอปราง
BNK48) ซึ่งทำให้เขาต้องการที่จะอยู่ในร่างโฮมสเตย์นี้ไปตลอด
จึงทำให้เขาต้องพยายามอย่างหนักที่จะหาคำตอบให้ได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนฆ่า
มิน ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้คนดูได้ร่วมลุ้นไปกับตัวหนังด้วยความระทึก

กับการโปรโมตที่จัดเต็มจนกลายมาเป็นกระแสขนาดนี้
ทำให้คอหนังหลายคนรอคอยด้วยความจดจ่อว่าสุดท้ายแล้วตัวหนังจะออกมาดีแค่
ไหน ซึ่งก็ต้องไปรอพิสูจน์กันเมื่อภาพยนตร์เข้าฉาย วันที่ 25 ตุลาคมนี้…

View More Homestay ภาพยนตร์ไทยที่น่าจับตามอง กับการโปรโมตที่ค่อนข้างแหวกแนว

อนิเมะ คืออะไร?

อนิเมะ (「アニメ」 anime) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่มาจากภาษาอังกฤษว่า แอนิเมชัน (animation)
ซึ่งมาจาก ภาษาฝรั่งเศส อานีเม่ (animé) และจากภาษาละติน แปลว่าเคลื่อนไหว หรือภาพเคลื่อนไหว
แต่ความหมายกลายจนเป็นคำเฉพาะของภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ภาพยนตร์การ์ตูน ภายนอกประเทศญี่ปุ่น
อะนิเมะหมายถึงภาพยนตร์การ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่นซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะทางศิลปะแตกต่างกับภาพยนตร์การ์ตูนจากแหล่งอื่นๆ
อะนิเมะส่วนใหญ่จะวาดขึ้นด้วยมือ แต่ปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยสร้างอะนิเมะอย่างแพร่หลาย
อะนิเมะส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อให้ความบันเทิงเหมือนภาพยนตร์
โดยมีแนวเรื่องหลากหลายและครอบคลุมแนววรรณกรรมเกือบทุกแนว อะนิเมะส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นเป็นตอน ๆ
เพื่อฉายทางโทรทัศน์ ส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์
และอีกส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นตอน ๆ เพื่อขายตรงในรูปแบบดีวีดี วีซีดี หรือวีดิโอ ดูมีการทำตอนเฉพาะที่เรียกว่า โอวีเอ
อะนิเมะหลายเรื่องถูกดัดแปลงมาจากมังงะ นอกจากนี้ยังมีอะนิเมะที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์อีกด้วย
อะนิเมะ(アニメ) เป็นคำย่อของ アニメーション ซึ่งเป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษ
(สังเกตได้ว่าเขียนเป็นคะตะคะนะ)แอนิเมชัน(animation) ซึ่งหมายความถึงภาพยนตร์การ์ตูน
คำทั้งสองคำนี้สามารถใช้แทนกันได้ในภาษาญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีรูปย่อเป็นที่นิยมใช้มากกว่า คำว่า อะนิเมะ
มีขอบเขตกว้างครอบคลุมภาพยนตร์การ์ตูนทั้งหมด ไม่จำกัดอยู่ที่แนวหรือรูปแบบของภาพยนตร์การ์ตูนใด ๆ
เจแปนิเมชัน(Japanimation) ซึ่งเกิดจากการผสมคำว่าเจแปน(Japan)กับแอนิเมชัน
เป็นคำอีกคำที่มีความหมายเหมือน อะนิเมะ&คำนี้นิยมใช้กันมากในทศวรรษที่ 1970 และ 1980
แต่มีคนใช้น้อยลงตั้งแต่ปี 1990 และหมดความนิยมลงก่อนกลางทศวรรษที่ 1990
ขณะที่ในปัจจุบันคำนี้ถูกใช้อยู่แค่ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อแบ่งแยกระหว่างภาพยนตร์การ์ตูนทั่วๆ ไป
(ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกรวม ๆ ว่า อะนิเมะ) และภาพยนตร์การ์ตูนที่ผลิตภายในประเทศ…

View More อนิเมะ คืออะไร?

ความแตกต่างของอนิเมะกับการ์ตูน

หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่า อมิเมะ นั้นคืออะไร
จริงๆแล้วมันก็คือการ์ตูนนี่แหละ
แต่ทว่าเพราะอมิเมะอนิเมะซีรี่ย์การ์ตูนที่ออกอากาศทางอินเตอร์เน็ต
หรือทางฟรีทีวี หลายคนก็มักจะเรียกตามแบบภาษาญี่ปุ่น อมิเมะ
แต่แบบบ้านเราเรียกว่าการ์ตูน แต่สำหรับแฟน ๆ ที่จดจ่อกับการชมซีรี่ย์
2 มิติพวกนี้จะชินมากที่สุดกับคำว่า อนิเมะ สำหรับพวกเขานั้น คำว่า
อนิเมะ และ การ์ตูน เป็นสิ่งที่แตกต่างกันมาก
เป็นที่น่าสงสัยเหมือนกันว่าในมุมมองของพวกเขาแล้วนั้น
มันแตกต่างกันอย่างไร
นี่คือความสับสนและไม่ใช่ครั้งแรกของทุกคนที่เจอ เพราะทั้ง
อนิเมะและการ์ตูน ต่างก็เป็นภาพเคลื่อนไหวที่เหมือนกัน
แต่กระนั้นมันก็ไม่ได้หมายความว่า
ทั้งสองคำนี้จะมีความหมายที่เหมือนกัน ซึ่งจริงๆแล้ว
นั้นมีความแตกต่างกัน แม้ว่าจะเป็นภาพเคลื่อนไหวเหมือนกันก็ตาม
ซึ่งจุดที่แตกต่างกันนั้นคือ
อนิเมะมักจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างอย่างเช่น การออกแบบของตัวละคร
การอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสอง
ซึ่งอนิเมะที่มีการผลิตออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวเป็นเรื่องเป็นราวจากญี่
ปุ่นนั้น มาในรูปแบบที่แตกต่างกันตลอดอยู่แล้ว อย่างเช่นทีวีซีรีส์ เช่น
ดราก้อนบอล, นารูโตะ และ อื่นๆ ที่จะมีมาทั้งแบบการเป็น อนิเมะ
หนังสั้น และภาพยนตร์เรื่องยาว
แต่การ์ตูนสองมิติธรรมดานั้นจัดว่าเป็นภาพอาร์ตที่แสดงภาพวาดที่ไม่ค่
อยสมจริงหรือเป็นแค่ภาพเคลื่อนไหวแบบกึ่งสมจริงนั่นเอง
โดย ตัวการ์ตูนที่ถูกออกแบบในการวาดออกมาเพื่อเป็น
การ์ตูนมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป
ทั้งลักษณะของใบหน้าและทางกายภาพที่มีลักษณะไม่เหมือนจริงกับควา
มเป็นจริงมาก อาทิเช่น
ดวงตาขนาดใหญ่ของพวกเขาและปากเล็กที่ถูกสร้างขึ้นเพราะความน่า
รัก มือลักษณะต่างๆ อื่น ๆ เราสามารถพูดได้ว่า

การ์ตูนนั้นจะมีลักษณะทางกายภาพที่อยู่ห่างไกลจากความเป็นจริงมาก
กว่า อนิเมะ
ส่วนทางด้านของ อนิเมะ นั้นจะสร้างให้มีความสมจริง
ใกล้ชิดและอิงเหตุการณ์ สถานการณ์ในปัจจุบันอย่างมาก
อิงเหตุผลที่จับต้องได้ มีความสมจริง
หรืออิงปัญหาในชีวิตจริงหรือสิ่งที่มีความใกล้ชิดกับอารมณ์ความรู้สึกข
องมนุษย์เป็นหลัก และมี อนิเมะ
จำนวนมากที่ทำออกมาใกล้เคียงกับละครทีวีดราม่า เช่น
ชีวิตในโรงเรียน ชีวิตคู่รัก, โรแมนติก, สยองขวัญ และอื่นๆอีกมากมาย

โดยความชัดเจนในเรื่องความแตกต่างระหว่างทั้งสองประเภทนี้นั้น
ก็เป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่มักจะยอมรับกันทั้งนั้น
ความสับสนระหว่างคำสองคำนี้ก็เลยสิ้นสุดลง และ อนิเมะกับการ์ตูน
ก็เลยถูกแยกความเหมือนกันให้แตกต่างกันออกไป หรือจะเรียกง่ายๆ
ทั้งสองอย่างนั้นสร้างมาเพื่อสร้างความบันเทิง
แต่จุดมุ่งหมายรายละเอียดนั้นต่างกัน การ์ตูน
จะเน้นในเรื่องของความสนุก ส่วน อนิเมะ มีการอิงถึงเหตุการณ์จริงๆ
ในปัจจุบัน เหมือนกับละครในคาบการ์ตูน…

View More ความแตกต่างของอนิเมะกับการ์ตูน

5 สุดยอดหนังสัตว์กินคนที่ควรหาชมกันให้ได้สักครั้งในชีวิต

หนึ่งในประเภทภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมมาแต่โบราณก็คือแนวสัตว์กินคน
เพราะมันจะเต็มไปด้วยความสนุกตื่นเต้นตลอดเรื่อง เรามาดูกันเลยว่า 5
อันดับหนังสัตว์กินคนที่ควรหาชมให้ได้จะมีเรื่องอะไรบ้าง

Piranha 3D (ปี 2010)
ความกลัวของมนุษย์มักจะเกิดขึ้นเมื่อไปอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของเรา
และในน้ำนั้นก็ไม่ใช่ที่ที่มนุษย์ใช้ชีวิตกันตามปกติ
มันคือที่ที่สัตว์ร้ายอย่างปลาปิรันญ่าอาศัยอยู่
โดยเรื่องนี้ว่าด้วยการที่ผู้คนกลุ่มหนึ่งได้จัดงานปาร์ตี้กันที่บริเวณทะเลสาบ
แต่ถ้าทุกอย่างราบรื่นก็คงไม่ใช่หนังสัตว์กินคน อยู่ๆ
ก็มีปลาปิรันญ่าฝูงหนึ่งหลุดออกมาจากโลกใต้น้ำ
ใช้คมเขี้ยวของมันไล่กัดทุกคนแบบเลือดสาด
รับประกันได้เลยว่าตื่นเต้นตลอดเรื่องแน่นอน

Primeval (ปี 2007)
ตัวเอกคือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างจระเข้
ซึ่งถ้ามาในไซส์ปกติก็คงจะไม่มีอะไรพิเศษ มันก็เลยมาในรูปแบบของจระเข้ยักษ์
เนื้อเรื่องว่าด้วยการที่คนกลุ่มหนึ่งต้องการไปถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับจระเข้ขนาดใ
หญ่ที่มีชื่อว่ากุสตาฟ แน่นอนว่าทุกอย่างไม่ได้ราบรื่น
เพราะเจ้าสัตว์ร้ายมันไม่ได้เชื่องขนาดมายอมอยู่ในกรงง่ายๆ หรอก
ความสนุกตื่นเต้นเริ่มขึ้นเพราะจระเข้ตัวนี้ไม่ได้คลานช้าเหมือนของจริง
แต่วิ่งเร็วอย่างกับจะไปแข่งโอลิมปิก
คิดเอาแล้วกันว่าตัวละครในเรื่องจะวิ่งหน้าตั้งขนาดไหน

Deep Blue Sea (ปี 1999)
ฉลามในเรื่องนี้ถูกจับมาวิจัยทำการทดลอง โดยทำให้สมองของมันโตขึ้น
เพื่อที่จะได้ไปนำเอาสารบางอย่างจากสมองของมันมาทำเป็นยา
แต่กลับกลายเป็นว่าส่งผลให้ฉลามในเรื่องนี้ฉลาดเป็นกรด

ไม่ใช่แค่เพียงไล่กัดผู้คนในเรื่องเท่านั้น แต่ยังมีสมองคิดที่เกินกว่าฉลามทั่วๆ
ไปด้วย เรื่องนี้ก็นับว่าตื่นเต้นตลอดเรื่อง ทำเอาคนดูต้องลุ้นกันตัวโก่งแน่นอน

Anaconda (ปี 1997)
งูยักษ์อนาคอนด้าเป็นสัตว์ที่มีอยู่จริงในลุ่มแม่น้ำอเมซอน
แต่ในเรื่องนี้มันใหญ่มากยิ่งขึ้นไปอีก
กราฟิกก็ถือว่าค่อนข้างสมจริงจนทำให้คนดูอินไปกับเรื่องเป็นอย่างมาก
เนื้อหาของเรื่องก็เป็นไปตามแบบฉบับหนังสัตว์กินคน
แต่ด้วยความคลาสสิคของมันก็ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นตำนานไปแล้วสำหรับคนที่ช
อบภาพยนตร์ประเภทนี้

Jaws (ปี 1975)
ที่สุดของความคลาสสิคต้องยกให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เลย
เพราะนี่คือตำนานตัวจริงของหนังสัตว์กินคน
เนื้อหาก็คือฉลามที่ดุร้ายที่อาศัยอยู่บริเวณหาดที่ชื่อว่าอมิตี้
มันไล่ฆ่าผู้คนไปหลายศพ
แต่ในตอนแรกก็ยังไม่มีใครเชื่อว่ามันเป็นฝีมือของฉลาม
กระทั่งตอนหลังความจริงถูกเปิดเผยออกมา ทำให้ตัวเอกต้องไปปราบมัน
เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายสำหรับใครอีก…

View More 5 สุดยอดหนังสัตว์กินคนที่ควรหาชมกันให้ได้สักครั้งในชีวิต

The Boss Baby

The Boss Baby
ประเภท : แอนิเมชั่น
แนว : AAnimation, Comedy, Family
ผู้กำกับ : Tom McGrath
ฉาย : 30 มีนาคม 2017
อนิเมชั่นเรื่องล่าสุดจากค่ายดรีมเวิร์คส์ The Boss Baby หลังมีการ์ตูนดัง ๆ อย่าง Shrek ,
Madagascar และ How To Train Your Dragon ออกมาให้เราได้ดูกัน
ในรอบนี้หยิบยกหนังสือภาพของเด็กตั้งแต่ปี 2010 มาทำเป็นอนิเมชั่น ภายใต้ผู้กำกับ Tom McGrath
ผู้กำกับที่เคยเป็นผู้กำกับร่วมจาก Madagascar ทั้ง 3 ภาคมารับหน้าที่กำกับเดี่ยวงานนี้สนุกอย่าบอกใคร
สำหรับ The Boss Baby นับตั้งแต่เข้าฉายครั้งแรกที่ ไมอามี
เรียกเสียงตอบรับดีมากๆจนได้เข้ามาฉายที่ประเทศไทย 30 มีนาคม 2017 ระยะเวลาผ่านไปเพียง 1 ปี The
Boss Baby ก็ได้กวาดเงินจากทั่วโลกไปได้มากถึง 528 ล้านดอลลาร์ ถือว่าเกินคาดเพราะใช้งบสร้างไปเพียง
125 ล้านเหรียญ งานนี้รับเละเลยทีเดียว
ตัวอย่าง https://youtu.be/QIFnEMNFrxc
เรื่องย่อ
ทิม เด็กชายวัย 7 ขวบที่มีครอบครัวแสนสมบูรณ์แบบ
แต่แล้ววันหนึ่งความมีสมบูรณ์แบบของเขาก็ได้หายไปเมื่อ “เดอะ บอสส์” ปรากฏตัวขึ้น
ทารกแต่ใส่สูทผูกไทถือกระเป๋าเอกสาร ได้เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้านในฐานะน้องชายทิม
แต่แล้วไม่นาน ทิม
ก็ได้เริ่มสงสัยในตัวน้องเขาทำให้แผนการจับผิดน้องชายเริ่มขึ้นก่อนที่เขาจะพบความจริงที่ว่าน้องชายคนให
ม่ของเขานั้น ไม่ใช่เด็กทารกธรรมดา
เรื่องราวสุดสนุกที่ดูได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา The Boss Baby ได้ถูกอัพลง Netflix
แล้วเรียบร้อบฉบับซับไทยไปรับชมได้เลย…

View More The Boss Baby

Resident Evil ฉบับภาพยนตร์มีกี่ภาคกันนะ

Resident Evil
จากวีดิโอเกมสุดฮิตจากประเทศญี่ปุ่นภายใต้การดูแลของบริษัทเกมชื่อดั
งอย่าง Capcom ที่มี ชินจิ มิกามิ เป็นผู้สร้าง จากการที่ Resident Evil
ได้รับความนิยมอย่างมากไปทั่วโลก
จนทำให้เกิดเป็นแฟรนไชส์ทั้งในรูปแบบของหนังสือการ์ตูน, อมิเมะ
รวมไปถึงภาพยนตร์ด้วย
ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึง Resident Evil
ในรูปแบบของฉบับภาพยนตร์ว่ามีความเป็นมาอย่างไร
สร้างมาแล้วกี่ภาค รวมไปถึงเนื้อหาต่างๆ นั้นมาจากเกมโดยตรงหรือไม่
สำหรับ Resident Evil ในฉบับของภาพยนตร์นั้นมาในชื่อเรื่อง
“ผีชีวะ” แน่นอนว่าเป็นแนวแอคชั่น-ผจญภัย โดยได้ มิลล่า โจโววิช
นักแสดงสาวชาวยูเครนเป็นนักแสดงนำ
พร้อมกับสร้างรายได้ถล่มทลายได้รับเสียงตอบรับอย่างมหาศาล
โดยเฉพาะภาคแรกภายใต้การกำกับของ พอล
ดับบลิว.เอส.แอนเดอร์สัน ที่ออกฉายในปี 2002
ซึ่งเนื้อหานั้นจะย้อนไปในตอนที่เกิดความผิดพลาดในการทดลองของบ
ริษัท อัมเบรลล่า คอมปอเรชั่น ทำให้เชื้อไวรัสมรณะได้แพร่กระจาย
โดย อลิซ (มิลล่า โจโววิช)
ได้รับมอบหมายให้เข้าไปหยุดการแพร่การจายของเชื้อไวรัส
ซึ่งมีเวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น
โดยเราจะได้เห็นกองทัพของผีดิบและสุนัขที่ติดเชื้อพร้อมกับเจ้าตัวประ
หลาดอย่าง ลิคเกอร์ ที่อยู่ในวีดิโอเกม Resident Evil 2 ด้วย
ส่วนภาค 2 เป็นเรื่องภาคที่สืบเนื่องจากภาคที่แล้ว ในชื่อเรื่อง
ผ่าวิกฤติไวรัสสยองโลก
คราวนี้จะพูดถึงการเอาตัวรอดออกจากเมืองแร็คคูน ซิตี้ โดย อลิซ
เป็นหนึ่งในนั้นเพราะเธอถูกจับไปทดลองทำให้มีความสามารถเหนือมนุ
ษย์ ซึ่งในภาคนี้มีการหยิบยกตัวละครจากวีดิโอเกม Resident Evil 3

อย่าง จิล วาเลนไทน์ และ คาร์ลอส โอลิเวร่า เข้ามาด้วย
พร้อมกับเจ้ามนุษย์กลายพันธ์อย่าง “เนเมซิส”
ภาค 3 สงครามสูญพันธ์ไวรัส หลังจากเหตุการณ์ที่แร็คคูน ซิตี้
ผ่านพ้นไป
ภาคนี้จะเล่าถึงไวรัสที่กำลังกระจายไปทั่วโลกทำให้เกิดการรวมตัวของ
มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อเอาตัวรอด
ภาคนี้เราจะได้เห็นฉากในทะเลทราย รถถังหุ้มเกาะ
ฉากบู๊แอคชั่นสุดมันส์
ภาค 4 สงครามแตกไวรัส ในภาคนี้ อลิซ
ต้องเข้าไปตามหาผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์การแพร่กระจายของเชื้อไ
วรัสมรณะ เธอต้องเดินทางไปทั่วโลก ทั้ง โตเกียว, อลาสก้า
โดยได้พูดถึงการต่อสู้เพื่อที่จะโค่นล้มบริษัทอัมเบรลล่า ซึ่ง อลิสซ
จะได้พบเจอกับ แคลร์ เรดฟิลด์ และ คริส เรดฟิลด์ สองพื่น้องจาก
วิดิโอเกมด้วย
ภาค 5 สงครามไวรัสล้างโลก สำหรับภาคนี้ออกฉายเมื่อปี 2012
เป็นการต่อสู้เพื่อถล่มศูนย์วิจัยของอัมเบรลล่าให้สิ้นซาก
ภาคนี้จะรวมเอาตัวละครจากเกมหลายตัวด้วยกันทั้ง จิล วาเลนไทน์,
เอด้า วอง, อัลเบิร์ต เวสเกอร์, ลีออน เคเนดี้, แบร์รี่ เบอร์ตัน
เรียกได้ว่ามากันหมด
ภาค 6 อวสานผีชีวะ ถือเป็นภาคสุดท้ายของ Resident Evil
เรื่องราวนั้นดำเนินต่อจากภาค 5 คราวนี้เธอต้องกลับไปยัง แร็คคูน ซิตี้
เพื่อต่อสู้กับอัลเบรลล่า คราวนี้เธอได้รวบรวมพรรคพวกเข้าต่อสู้
นับว่าเป็นสงครามครั้งสุดท้ายและจบเรื่องราวของผีชีวะ…

View More Resident Evil ฉบับภาพยนตร์มีกี่ภาคกันนะ

ภาพยนต์.อนิเมะ.10 หนัง “ยอดแย่” ตลอดกาล จากการจัดอันดับของ เว็บไซต์Business Insider

สำหรับหลายๆ คนการได้หาหนังเรื่องเยี่ยมมาดูในวันพักผ่อนสบายๆคงจะเป็นอะไรที่พิเศษเลยทีเดียว
แต่บางครั้งหนังบางเรื่องที่เราเลือกมาคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แต่ไม่ใช่เช่นนั้น
เพราะบางเรื่องดูไปแล้ว ยังงุนงง สงสัยว่ามานั่งเสียเวลา 2-3 ชม.มาเสพหนังพวกนี้
เราจึงได้นำ 10 อันดับหนังยอดแย่ตลอดการที่จัดอันดับโดยเว็บไซต์ Business
Insider มาฝากกัน มาดดูว่ามีเรื่องใดบ้าง

1. Chaos
เรื่องราวของสองนายตำรวจ
คนหนึ่งคือตำรวจใหม่ไฟแรงส่วนอีกคนคือนายตำรวจอาวุโสผู้มากประสบการณ์
ที่ต้องร่วมมือกับเพื่อตามล่าเหล่าวายร้ายปล้นธนาคาร ซึ่งนักวิจารย์สำหรับเรื่องนี้ก็คือไม่มีแก่นสารใดๆเลย

2. Bio-Dome
ถึงแม้ว่าจะได้คะแนนจาก Business insider มากถึง 7.1 เต็ม 10
แต่คะแนนจากนักวิจารย์นั้นกลับได้ไปเพียงแค่ 1 ส่วน 100 เท่านั้น เรื่องราวของ 2
หนุ่มเพื่อซี้ที่ดั๊นขังตัวเองไว้ใน Bio-Dome และต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมแปลกๆ ในนั้น

3. United Passions
เรื่องราวของชายหนุ่ม 3 คนที่ร่วมกันก่อตั้งองค์กร FIFA
เพื่อสานความฝันที่อยากจะทำให้ฟุตบอลกลายเป็นกีฬาที่นิยมมากที่สุดในโลก
งานนี้ใครเป็นสายกีฬาแนะนำอย่าเสียเวลาไปดู

4. The Singing Forest
เรื่องราวการระรึกชาติของสองคู่รักที่ถูกฆ่าตายจากค่ายกักกันชาวยิว คนหนึ่งเป็นหญิงสาววัย
20 ปี ส่วนอีกคนก็ไม่ใกล้ไม่ไกล ก็พ่อของเธอนั่นแหละ

5. Hillary’s America: The Secret History of the Democratic Party
เรื่องราวของประวัติพรรคการเมืองที่ยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา
และเรื่องราวของผู้ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงอย่าง Hillary จากฝีมือการกำกับของ DineshD’Souza

6. Strippers
เรื่องราวของ Alan และเหตุการณ์แย่ๆ ที่เขาต้องเจอไม่ว่าจะเป็นการถูกไล่ออกจากอพาร์ตเมนต์
หรือเงินในบัญชีธนาคารที่หายไป แถมจะถูกไล่ออกจากงานอีก แต่ถึงชีวิตของพ่อหนุ่มจะแย่แค่ไหน
ก็คงไม่แย่ไปกว่าเวลาของคนดูที่เสียไปแน่ๆ

7. Vulgar
เรื่องราวของชายหนุ่มที่ทำอาชีพเป็นตัวตลกในงานเลี้ยงวันเกิด
และพยายามที่จะลืมเรื่องราวเลวร้ายในอดีตที่เคยตกเป็นเหยื่อการข่มขืน

8. The Human Centipede III
เรื่องราวของพัสดีเรือนจำสุดเพี้ยนที่จับคนมาทำเป็นตะขาบ
แค่ภาคแรกและภาคสองยังคงไม่สะใจ งานนี้พี่แกเล่นใหญ่ จับคนทั้งคุกมาทำตะขาบกันเลยทีเดียว
แต่ถึงจำนวนคนจะเยอะขึ้นแค่ไหน แต่เรตติ้งก็ยังคงต่ำเหมือนเดิม

9. National Lampoon’s Gold Diggers
หนังตลกที่แหกทุกกฎเกณฑ์ความฮา เรื่องราวของสองหนุ่มขี้แพ้
ที่ทำอะไรไม่เป็นเลยซักอย่างแถมยังทำแต่เรื่องให้ปวดหัวอยู่เรื่อยๆ
และแน่นอนว่าก็ได้รับคำชมเชยจากนักวิจารย์ไปสั้นๆ ว่า “ห่วยแตก”

10. Baby Geniuses
เรื่องราวของคุณหมอ 2 คนที่มีแผนจะครองโลก และแล้ววันหนึ่งพวกเขาก็พบว่า
เราสามารถส่งรหัสลับไปกับภาษาของพวกเด็กทารกได้นี่นา…

View More ภาพยนต์.อนิเมะ.10 หนัง “ยอดแย่” ตลอดกาล จากการจัดอันดับของ เว็บไซต์Business Insider

4 อนิเมะแนวผจญภัยที่คุณต้องดู

ในประเทศไทยนั้นมี อนิเมะมากมายที่เข้ามาให้แฟนๆ ได้รับชมกัน
ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็กจนถึงปัจจุบันที่อยู่ในวัยทำงานแล้วก็ตาม ซึ่ง
อนิเมะ แต่ล่ะเรื่องก็จะมีเนื้อหาที่แตกต่างกันออกไป
ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ 4
อนิเมะดังในแนวผจญภัยที่มีความสนุกตื่นเต้นที่คุณควรต้องดูกัน
1. hunter x hunter
อนิเมะของผู้แต่งอย่าง โยชิฮิโร โทงาชิ ทืี่นำแสดงเรื่องราวของ
กอร์น กอร์น ฟรีคส์ เด็กชายอายุ 12 ปี ที่ออกผจญภัยเพื่อสืบหาพ่อ จิน
ฟรีคส์ ซึ่งเป็นฮันเตอร์มืออาชีพ
จินออกเดินทางเพื่อตามหาความฝันโดยทิ้งลูกชายไว้เบื้องหลัง
ดังนั้นกอร์นจึงพยายามที่จะเดินตามรอยพ่อของเขาคือ
เป็นฮันเตอร์ให้ได้ ซึ่งเราต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือมากมาย
เพื่อก้าวไปเป็นฮันเตอร์ตามแบบพ่อของเขา ถือว่าเป็นอนิเมะที่น่าสนใจ
และได้รับความนิยมอย่างมาก
2. One Piece
สุดยอดอนิเมะดังที่ได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบันกับเรื่องราวของ
มังกี้ ดี ลูฟี่ ผู้ซึ่งวัยเด็กได้มีโอกาสรู้จักกับหนึ่งในโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่
แชงคูส "ผมแดง"
มีความใฝ่ฝันที่จะก้าวข้ามแชงคูสไปเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด
ลูฟี่ได้กินผลปีศาจ
เข้าไปทำให้ร่างกายมีลักษณะพิเศษคือมีคุณสมบัติเป็นยาง

ซึ่งลูฟี่ได้อาศัยพลังของผลปีศาจนี้ฝึกฝนวิชาการต่อสู้กับสัตว์ร้ายในทะเ
ล เมื่อโตลูฟี่ได้ออกเดินทางตามลำพัง
โดยหาทางผจญภัยไปยังแกรนด์ไลน์ สถานที่ที่เชื่อว่ามีวันพีซซ่อนอยู่
เพื่อหาหนทางไปสู่การเป็นจ้าวแห่งโจรสลัด

เส้นทางของเขาได้พบกับมิตรและศัตรูมากมาย นอกจากนี้ วันพีช
ยังถูกนำไปสร้างเป็นรูปแบบของอนิเมะภาพยนตร์มีออกมาแล้วหลายตอ
นด้วยกัน
3. Log Horizon
เรื่องราวของชิโรเอะ เด็กหนุ่ม
ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โชคร้ายที่ติดในเกม Log Horizon
แล้วต้องพยายามเอาตัวรอดในเกม โดยไปพร้อมกับเพื่อนสนิทของเขา
นาโอซึกุ และได้พบกับนินจาสาว นามว่า อาคะซึกิ
เขาต้องพบกับมอนเตอร์สมากมาย และสังคมที่อยู่ภายในเกมที่ตัวเองเล่น
แต่ทว่าชีวิตของเขาได้หลุดเข้าไปในโลกของเกม
เขาจะเอาตัวรอดได้หรือไม่ ต้องไปติดตามชมกัน
4. Shaman king
Shaman king หรือชื่อไทยเรียกว่า ราชันย์แห่งภูต
เป็นเรื่องราวของ เด็กหนุ่มชื่อโอยามาดะ มันตะ
เป็นเด็กที่เคร่งเครียดจากการเรียนมาก มีอยู่ค่ำคืนหนึ่ง เค้าก็ได้พบกับ
อาซาคุระ โย โดยบังเอิญ ทำให้ตัวมันตะเอง ได้รู้ว่า
ตัวเองสามารถมองเห็นวิญญาณได้ และทั้ง 2 คนก็เป็นเพื่อนกัน
เด็กหนุ่มชื่อ โย นั้น เป็น Shaman
คอยช่วยเหลือวิญญาณที่เกิดความแค้น ไม่ได้ไปสู่สุขคติ
เขาและเพื่อนต้องออกผจญภัยเพื่อปราบเหล่าวิญญาณร้าย
ถือว่าได้รับความนิยมมากเช่นเดียวกันกับอนิเมะเรื่องนี้
เมื่อเข้ามาในประเทศไทย…

View More 4 อนิเมะแนวผจญภัยที่คุณต้องดู

5 หนังแอคชั่นสุดเดือด

1) John Wick Chapter 2 (2017)
– ผมว่าสมกับการรอคอย จากภาคแรก 3 ปี กลับมาที่ยิ่งใหญ่อลังกว่าเดิม
จากทุนการสร้างที่มากขึ้น สถานที่ถ่ายทำที่ดูอลังและมากกว่าภาคแรก
เนื้อเรื่องที่เข้มข้นและน่าติดตามกว่าภาคแรก ฉากแอ็คชั่นที่อัดแน่นเข้ามาแบบ
Non – Stop ทั้งเรื่อง ยิ่งตอนดูในโรงเสียงยิงกันนี่ดังปังๆๆเเสบรูหูเลยทีเดียว
แถมตอนท้ายภาคนี้ทิ้งปมไว้ให้อยากดูภาคสามทันที คีอานู รีฟส์
พระเอกในเรื่องถึงอายุแกปาไป 50 แล้ว แต่แกยังโคตรเท่และบู๊ดุดันอยู่
เอาเป็นว่านักแสดงหนุ่มๆหลายคนยังบู๊ไม่สุดเท่าแกเลย
2) Mission Impossible Rouge Nation (2015)
– หนังฟอร์มยักษ์ของค่าย paramount pictures
และเป็นการกลับมาที่โคตรจะตื่นเต้นและท้าทายกว่าเดิมของ ทอม ครูซ
ภาคนี้พี่แกแก่พอตัว 50 กว่า แต่เรื่องเสี่ยงตายเอาเป็นว่า ไม่มีคำว่ากลัว
แกทั้งเกาะเครื่องบินที่กำลังบินอยู่ ยังๆหวาดเสียวไม่พอ
พี่แกยังไปดำน้ำนานกว่า 5 นาทีได้ แล้วที่น่าทึ่ง คือ
แกเล่นเองทุกฉากไม่มีสตั้นเลย แกทุ่มเทสุดๆ แถมภาคนี้ยังได้ วิง แรมส์
กลับมาเล่นในบท ลูเธอร์ สติกเคว หลังจากภาค Ghost Protocol
แกออกมาไม่ถึงห้านาที ที่เสียดายของเป็นบทของ เจเรมี่ เรนเนอร์ ในบท
วิลเลี่ยม แบรนท์ ที่ภาคนี้พี่แกไม่ได้โชว์บู๊แบบภาคก่อนเลย
แถมบทแกดูไม่มีอะไรมาก มาแบบบางฉากไม่จำเป็นก็ได้
ภาคนี้ถือว่าคุ้มค่าในการรอคอย ตอนดูในโรงตื่นเต้นมากเป็นพิเศษกับฉาก
อีธาน ฮันท์ ขับรถไล่ล่าในโมร็อคโค คือ ลุ้นตัวเกร็งเลย
แถมเสียงประกอบหนังทำให้ลุ้นมากๆ
3) Furious 7 (2015)
– เรื่องนี้ตอนเข้าไปดูในโรงรอบแรกๆ คนดูเต็มโรงเลยครับ
เพราะตอนนั้นคงไปดูการแสดงครั้งสุดท้ายของ พอล วอล์กเกอร์ ในบท ไบรอัน
โอ คอนเนอร์ และหนังภาคนี้ก็จัดเต็มเรื่องบู๊ตามสไตล์หนังตระกูลฟาส
ที่นอกจากจะเว่อร์ขึ้น จัดเต็มเรื่องนักแสดง และเริ่มจะออกทะเล
แต่หนังก็ยังไม่ลืมประเด็นความเป็นครอบครัวของพี่ดอม และสมาชิกในทีม
หนังยังคงใช้รถหรูเยอะ และสถานที่การถ่ายทำที่เยอะ ภาคนี้ไปทั้ง อาบูดาบี
แอลเอ เทือกเขาคอเคซัส แถมได้ป๋า เคริท รัสเซล
ดารารุ่นใหญ่มาปล่อยของในภาคนี้ด้วย

ถึงภาคนี้เนื้อเรื่องจะไม่ค่อยมีอะไรเข้มข้นมาก James Wan
ผกก.ภาคนี้แกยัดแต่ฉากยิงกัน เตะต่อยกันแบบกลายเป็นหนังสงครามไปซะเละ
ที่ชอบในภาคนี้ก็มีหลายซีน อย่างฉากพี่จา พนม อัดกับ พอล ในรถบัส,
ฉากเล็ตตี้สู้กับการ์ดของเจ้าชายที่โคตรจะดุเดือดกว่าคู่ชายต่อยกันอีก
และฉากปิดเรื่องอำลา พอล วอล์กเกอร์ ที่โคตรจะซึ้งเลย ที่แอบเสียดายนิดๆ
ตรงที่เฮีย เจสัน สเตแธมออกมาบู๊น้อยไปนิด
ตอนท้ายๆที่สู้ตัวต่อตัวกับดอมก็ดูไม่สุด เหมือนตอน Fast Five
ตอนดอมต่อยกับฮ็ฮบบ์ที่ดูโหดสะใจกว่า
4) Skyfall (2012)
– เป็นภาคที่ดราม่าที่สุดแต่สำหรับผมว่ามันดีเยี่ยมให้คะแนนเท่ากับภาค Casino
Royale หนังทำรายละเอียดได้ดี ฉากแอ็คชั่นไม่ได้เยอะมากมายเท่าสองภาคแรก
แต่มันดูดาร์กๆโทนแบบ The Dark Knight และหลายฉากที่โคตรอาร์ท เช่น ฉากเจมส์
บอนด์สู้กับนักฆ่าในห้องกระจก ดูมันศิลปะมาก และเป็นภาคที่ส่งท้าย จูดี้ เด้นซ์
ในบท M ได้น่าประทับใจ ถึงภาคนี้พี่เคร็กแกจะเหี่ยวโคตรๆก็ตาม อิอิ
ที่ประทับใจอีกอย่างคือเพลงประกอบหนังภาคนี้ Skyfall ของ Adele เพราะติดหูมากๆ
5) Jason Bourne (2016)
– การกลับมาในรอบ 9 ปีของ Matt Damon & Paul Greenglass ในฐานะนักแสดงนำในบท
เจสัน บอร์นกับผู้กำกับ
ถึงเนื้อเรื่องในภาคนี้จะไม่มีอะไรมากให้น่าสนใจเหมือนสามภาคแรก
หนังมาโทนเดิมๆ ดราม่าผสมทริลเลอร์
ฉากแอ็คชั่นที่ไม่แปลกใหม่แต่เต็มอิ่มและยังจัดหนักตามสไตล์บอร์น
ฉากต่อสู้มือเปล่า ฉากขับรถไล่ล่า ก็ยังสนุกอยู่
ถือว่าเป็นการกลับมาที่คงความมันสไตล์บอร์นได้ดีและยังสนุกอยู่
ถึงไม่ค่อยจะมีอะไรแปลกใหม่ก็ตาม…

View More 5 หนังแอคชั่นสุดเดือด
3 หนังสุดสยอง

3 หนังสุดสยองที่ทำรายได้ถล่มทลายในปี 2017

ท็อปมากที่สุดในปี 2017 ที่ผ่านมา

ปี 2018 เริ่มมีหนังสยองขวัญทยอยออกมาให้ได้ชมกันเรื่อยๆ แต่ก่อนหน้านี้ในปีที่ผ่านมาก็มีหนังสยองที่ถูกปล่อยออกมาให้แฟนๆคอหนังได้รับความหลอกสนุกมันส์ ระทึกใจกันตลอดปี และนี่คือ 3 หนังที่ทำรายได้ระท็อปมากที่สุดในปี 2017 ที่ผ่านมา

ริงส์
สำหรับริงส์ยังคงเป็นหนังสยองขวัญที่ได้รับความนิยมเสมอมาไม่ว่าจะถูกทำออกมากี่ภาคก็ล้วนได้รับความนิยมจากผู้ชมเสมอ ซึ่งภาคที่กล่าวมานี้ทำเงินไปมากถึง 921 ล้านบาท โดยหนังว่าด้วยเรื่องเดิมที่ผ่านมาแล้ว 13 ปี ต่อมาจากภาคดั้งเดิมต้นฉบับที่เคยทำเอาไว้ ซึ่งเป็นเรื่องราวของจูเรีย สาวผู้โชคร้ายจากการที่ดูคลิปที่เป็นคำสาปมรณะของคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักเข้า และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของตวามสยองในเรื่องนี้ โดยหญิงสาวรายนี้ต้องเผชิญกับเหตุการณ์แปลกๆที่เกือบถึงขั้นต้องเสียชีวิตหลายต่อหลายครั้งโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะทำอย่างไรจึงจะยุติเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ได้ กระทั่งเธอได้ตัดสินใจค้นหาคำตอบด้วยตัวเองเพื่อไขปริศนานี้ให้ได้

แอนนาเบล ครีเอชั่น
อันดับสองตกเป็นของแอนนาเบล ครีเอชั่นสุดยอดหนังสยองขวัญที่สร้างมาจากเรื่องจริงว่าด้วยตุ๊กตาผีสิงที่เป็นต้นกำเนิดความสยองจนกลายมาเป็นตำนานจวบจนถึงทุกวันนี้ โดยหนังเรื่องนี้ได้ผู้กำกับมือทองจ้าวแห่งหนังสยองขวัญอย่าง เจมส์ วาน มารับบทผู้อำนวยการสร้างเองกับมือ ว่าด้วยเรื่องราวในอดีตที่เคยเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นกับครอบครัวหนึ่งจนทำให้เกิดเป็นตุ๊กตาสุดหลอนแอนนาเบลขึ้นมาจากการที่สามีภรรยาที่เป็นช่างทำตุ๊กตาได้สูญเสียลูกสาวคนเดียวไปทำให้พวกเขาเสียใจอย่างมากทว่าเวลาต่อมากลับมีวิญญาณของลูกสาวติดต่อมาถึงพวกเขาได้นั่นทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจสร้างตุ๊กตาขึนมาเพื่อเป็นสื่อกลางที่จะใช้สื่อสารกับลูกของพวกเขา ละเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปเสมือนกับว่ายังมีชีวิตอยู่ แต่ต่อมาสุดท้ายพวกเขากลับเพิ่งพบว่าสิ่งที่อยู่ด้วยไม่ใช่ลูกสาว หากแต่เป็นวิญญาณดวงอื่นที่เข้ามาสิงสู่ และเป็นปีศาจที่มีความชั่วร้ายจนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น โดยภาพยนตร์เรื่องกวาดรายได้ไปถึง 90866040 เหรียญหรือเป็นเงินไทย 3014 ล้านบาทเลยทีเดียว

Get Out
อันดับหนึ่งได้แก่ Get Out หนังมาแรงที่แซงโค้ชทุกเรื่องแบบเหนือความคาดหมายจากฝีมือการกำกับของจอร์แดน พีร์รี ว่าด้วยเรื่องของชายหนุ่มชาวแอฟริกัน-อเมริกันที่วางแผนว่าในสุดสัปดาห์จะเดินทางไปต่างเมืองเพื่อเยี่ยมครอบครัวของโรสแฟนสาวของเขา แต่ที่แปลกคือเมืองดังกล่าวมีข่าวลือว่าคนผิวสีมักจะถูกหายตัวไปอย่างลึกลับ และเมื่อไปถึงเขาก็ได้พบกับคำตอบว่าทำไมคนผิวสีที่มาเมืองนี้มักจะหายตัวไปเสมอ และเป็นเรื่องราวความสยองที่เกิดขึ้น…

View More 3 หนังสุดสยองที่ทำรายได้ถล่มทลายในปี 2017