Homestay ภาพยนตร์ไทยที่น่าจับตามอง กับการโปรโมตที่ค่อนข้างแหวกแนว

หนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้น Homestay
ซึ่งมีการโปรโมตที่เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย จนกลายเป็นที่พูดถึงกันในวงกว้าง

แนวทางการโปรโมตของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือตัวละครหนึ่งในเรื่องที่เรียกว่า ผู้คุม
จะไปทำการยึดครองเพจเฟซบุ๊คดังต่างๆ ก่อนที่จะปล่อยโปสเตอร์ของหนัง
พร้อมกับทำการบอกเล่าเรื่องต่างๆ
โดยที่ใช้สรรพนามแบบยุคสมัยพ่อขุนรามคำแพง นั่นก็คือคำว่ากูมึง
นี่คือสิ่งที่แทบไม่มีเพจดังเพจไหนใช้กันสักเท่าไหร่
เนื่องจากมันดูค่อนข้างหยาบคายในสังคมสาธารณะ

และถ้าลองหลับตานึกภาพดูว่า ไอดอลที่กำลังมาแรงแห่งยุคอย่าง เฌอปราง BNK48
จะใช้คำว่ากูมึงลงในเพจตัวเอง มันจะออกมาแปลกๆ แค่ไหน นั่นแหละใช่เลย
เพราะว่ามันดูแปลกและขัดกับบุคลิกของตัวเธอจริงๆ ทำเอาเป็นกระแสพอสมควร
เพราะการที่ไอดอลคนหนึ่งจะใช้คำแบบนี้คงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะเท่าไหร่
แต่หลายคนก็เข้าใจได้ว่ามันคือการโปรโมตหนังในรูปแบบหนึ่ง
ซึ่งเรื่องนี้ตัวเธอเองก็เป็นหนึ่งในนักแสดงนำด้วย

นี่แหละคือการโปรโมตที่ดี ซึ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นที่กล่าวขวัญถึงไปทั่ว
และสำหรับใครที่อยากทราบว่าเรื่องย่อของ Homestay เป็นอย่างไร
ก็ลองมาดูกันได้เลยตามนี้

Homestay ว่าด้วยเรื่องของ ผู้คุม (แสดงโดย นพชัย ชัยนาม)
ที่มาให้รางวัลวิญญาณเร่ร่อนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งบนโลกมนุษย์
ในร่างของเด็กมัธยมปลายคนหนึ่งที่ชื่อว่า มิน (แสดงโดย ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ)
ซึ่งนอนแน่นิ่งเสียชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง นี่แหละคือที่มาของชื่อเรื่อง
เพราะการอาศัยร่างมนุษย์ใช้ชีวิตบนโลกนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการพักแบบโฮมสเต
ย์ โดยจะมีเวลาให้ 100 วัน สำหรับการหาคำตอบว่า มิน นั้นเสียชีวิตเพราะใคร
ถ้าหากว่าหาคำตอบไม่ได้ตามที่กำหนด
ก็จะต้องตายและสละร่างโฮมสเตย์ไปตลอดกาล

ร่างของ มิน ได้มาพบรักกับ พาย (แสดงโดย เฌอปราง อารีย์กุล หรือ เฌอปราง
BNK48) ซึ่งทำให้เขาต้องการที่จะอยู่ในร่างโฮมสเตย์นี้ไปตลอด
จึงทำให้เขาต้องพยายามอย่างหนักที่จะหาคำตอบให้ได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนฆ่า
มิน ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้คนดูได้ร่วมลุ้นไปกับตัวหนังด้วยความระทึก

กับการโปรโมตที่จัดเต็มจนกลายมาเป็นกระแสขนาดนี้
ทำให้คอหนังหลายคนรอคอยด้วยความจดจ่อว่าสุดท้ายแล้วตัวหนังจะออกมาดีแค่
ไหน ซึ่งก็ต้องไปรอพิสูจน์กันเมื่อภาพยนตร์เข้าฉาย วันที่ 25 ตุลาคมนี้…

View More Homestay ภาพยนตร์ไทยที่น่าจับตามอง กับการโปรโมตที่ค่อนข้างแหวกแนว

เปิด 2 ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของจักรวาล เดอะ คอนเจอร์ริ่ง

หากพูดถึงภาพยนตร์แนวหลอนหรือหนังสยองขวัญในเวลานี้คงไม่มีใครเด่นเท่ากับจักรวาล เดอะ คอนเจอร์ริ่งอีกแล้ว
เพราะถือได้ว่าเป็นหนังสยองขวัญแนวใหม่ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนหนังในทุกภาคที่ถูกปล่อยออกมา โดยผ่านฝีมือการกำกับจาก เจมส์ วาน
ว่าด้วยการนำเรื่องราวอิงจากเรื่องจริงของสองคู่รักคนล่าผีอย่าง เอ็ด และลอร์เรน วอร์เรน
มาถ่ายทอดเรื่องราวสู่จอเงินที่ถึงแม้จะถูกแต่งให้สนุกมากขึ้น แต่ก็บังตีความออกมาได้สมจริง
สำหรับ เอ็ดนั้นเป็นที่รู้จักกันในฐานะนักปีศาจวิทยา ส่วน ลอร์เรน
เป็นร่างทรงที่มีญาณพิเศษสามารถสัมผัสถึงสิ่งลี้ลับได้ทำให้ทั้งคู่มักได้รับกวามช่วยเหลือผู้ที่ต้องประสบภัยเหนือธรรมชาติ
อยู่เสมอรวมไปถึงเหล่าคนจากต่างแดนด้วยเช่นกันนั่นทำให้ชื่อของคู่รักนักล่าผีไปที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
ก่อนต่อมาจะถูกนำมาทำเป็นหนังบนจอเงินที่หยิบภารกิจเคสที่คู่รักนี้เคยไปเจอมากับตัว
และนี่คือสองภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของจักรวาล เดอะ คอนเจอร์ริง เดอะ คอนเจอร์ริง เบตชีบา
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล เดอะ คอนเจอร์ริง
กับภาคแรกที่นำเรื่องราวสุดหลอนของหนึ่งในเหตุการณ์ที่เอ็ด และลอร์เรน
ไปเจอมาจริงๆกับครอบครัวหนึ่งที่เพิ่งย้ายเข้ามาบ้านหลังใหม่
แต่กับถูกวิญญาณร้ายคอยจ้องเล่นงานอยู่เสมอ เพราะสถานที่แห่งนี้ถูกสาปโดย เบตชีบา หญิงชราที่เคยมีชีวิตอยู่จริง
และเป็นเจ้าของพื้นที่แห่งนี้แต่ต้องตายด้วยความแค้นจึงทราบเอาไว้ว่าหากใครเข้ามาอยู่พื้นที่นี้ต้องจบลงด้วยความตาย
ส่วนครอบครัวดังกล่าวที่ถูกรังควานจากวิญญาณร้ายทำให้ต้องขอแรงสองคู่รักนักล่าผีให้มาช่วยปัดเป่า
โดยตลอดทั้งเรื่องถ่ายทอดออกมาได้สมจริงเป็นหนังสยองขวัญที่เข้าถึงารมณ์คยคนดูจึงทำให้ประสบความสำเร็จ
ตั้งแต่ภาคแรกที่ออกฉายอมส่งผลให้มีการทำภาคสองออกมาสร้างความหลอนต่อเนื่อง เดอะ คอนเจอร์ริง คดีบ้านสยองขวัญเอ็นฟีลด์
หลังประสบความสำเร็จในภาคแรกก็ถูกสร้างภาคสองออกมาให้ผู้ชมได้หลอนกันต่อเนื่อง
โดยในภาคสองนั้นหลอนยิ่งกว่าเดิมจริงๆเป็นภาคที่หลายคนรอคอยเพราะเป็นการนำเรื่องราวของบ้านผีสิงที่โด่งดังที่สุดในอังกฤษมาสร้างนั่นเอง
ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นจัดเป็นเหตุการณ์ที่ดังมากๆในสมัยนั้นของอังกฤษกับครอบครัวที่ต้องเจอความหลอน
และเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้น โดยในเรื่องคู่รักนักล่าผีได้รับการไหว้วานให้มาช่วยปัดเป่า
แม้ในตอนแรกจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็เข้ามาช่วยเหลือจนขับไล่ปีศาจร้ายออกไปได้สำเร็จ
แต่ในเรื่องจริงทางคู่รักทั้งเอ็ด และลอร์เรน
ไม่ได้ขับไล่ผีออกไปเพียงแต่มาเฝ้าดูในฐานะผู้สังเกตุการณ์เท่านั้น
ซึ่งคนที่มีส่วนร่วมมากที่สุดเป็นบาทหลวงที่เข้ามาช่วยปัดเป่าเปลี่ยนจากหนักเป็นเบานั่นเอง…

View More เปิด 2 ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของจักรวาล เดอะ คอนเจอร์ริ่ง

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1979 : 007 Moonraker

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1979เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น 007 Moonraker
หรือ 007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ อีกหนึ่งภาคของ เจมส์ บอนด์ที่ทำรายได้ถล่มทลาย ภายใต้ฝีมือกำกับของ เลวิส กิลเบิร์ต
และดารานำอย่าง โรเจอร์ มัวร์ ภาพยนตร์เรื่อง พ้น 007 Moonraker หรือ 007
พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ กล่าวถึงเรื่องราวของ เจมส์ บอนด์ ที่ถูกส่งไปสืบสวนเรื่องโจรขโมยลึกลับที่ขโมยกระสวยอวกาศ
ทำให้ เจมส์ บอนด์ สืบสาวตัวไปถึง ฮิวโก้ แดร็กซ์เจ้าของกิจการผลิตชิ้นส่วนกระสวยอวกาศ
จากนั้น เจมส์ บอนด์ ได้พบกับ ดร.หญิง ฮอลลี่ กู๊ดเฮด นักวิทยาศาสตร์วิจัยด้านอวกาศ ซึ่งเธอก็เป็น CIA
มาสืบเรื่องราวของแดร็กซ์ด้วยเช่นกัน เจมส์ บอนด์จึงได้แกะรอยไปตามสถานที่ต่างๆ ได้แก่ รัฐแคลิฟอร์เนีย, เวนิส,ริโอเดจาเนโร และ ป่าอะเมซอน
ซึ่งท้ายที่สุด เจมส์ บอนด์ ต้องเดินทางขึ้นไปในอวกาศซึ่งเป็นสถานที่อยู่อาศัยของเผ่าพันธุ์มนุษย์รุ่นใหม่ ก่อนที่ ฮิวโก้แดร็กซ์ จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์บนโลก
ซึ่งมีเพียงแค่พระเอกของเราอย่าง เจมส์ บอนด์ เท่านั้น ที่สามารถหยุดยั้งได้
ภาพรวมของภาพยนตร์ 007 Moonraker หรือ 007พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ อาจไม่ถึงกับยอดเยี่ยมที่สุดในหนังชุด เจมสื
บอนด์ เพราะกวาดรายได้ไป 210 ล้านดอลลาร์จากการเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา อยู่ในลำดับ 7 จาก 22 เรื่องของ เจมส์ บอนด์
แถม 007 Moonraker หรือ 007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆอาจเป็น เจมส์ บอนด์ ภาคที่เรียกได้ว่าหลุดโลกที่สุด
เพราะฉากไคลแมกซ์ของเรื่องต้องไปต่อสู้ถึงบนสถานีอวกาศเพราะได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์เรื่อง Star Wars
ซึ่งกำลังโด่งดังเป็นกระแสอยู่ขณะนั้นอย่างไรก็ตาม ด้วยทุนสร้าง 34 ล้านดอลลาร์ ภาพยนตร์ 007
Moonraker หรือ 007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในปี 1979 โดยเฉพาะ โรเจอร์
มัวร์ ที่ยังคงทำหน้าที่ เจมส์ บอนด์ ได้อย่างยอดเยี่ยมโดยระหว่างการถ่ายทำ ในระหว่างที่ถ่ายทำ 007
Moonraker หรือ 007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ พระเอกของเราอย่างโรเจอร์ มัวร์ เกิดป่วยเป็นโรคนิ่วในไต ต้องเข้ารับการผ่าตัด
ทำให้ผู้สร้างต้องถ่ายทำบางส่วนไปก่อนระหว่างรอให้ โรเจอร์ มัวร์ กลับมาเข้ากล้องได้อีกครั้ง
ขณะที่ตัวร้ายอย่าง ไมเคิล ลอนสเลด ที่รับบทเป็น ฮิวโก้แดร็กซ์ ก็สร้างภาพนักธุรกิจผู้ดีมาดนิ่งแต่ชั่วร้าย
ซึ่งเป็นลักษณะเด่นแบบเดียวกับนักโทษหนีคดีที่วางแผนชั่วกลับมาอย่างเท่ๆ กลายเป็นอีกหนึ่งตัวร้ายที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุด
ปิดท้ายที่การกลับมารับหน้าที่ผู้กำกับของ เลวิส กิลเบิร์ตที่ทำหน้าที่ผู้กำกับในภาคที่แล้ว ทำให้อารมณ์ของภาพยนตร์ ทำ
007 Moonraker หรือ 007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ ต่อเนื่องจาก 007 The Spy Who Loved Me ซึ่งแน่นอนว่าคุณจะไม่เสียดายเวลา
126 นาที ที่เสียไปเลยแม้แต่น้อย…

View More ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1979 : 007 Moonraker

อนิเมะ คืออะไร?

อนิเมะ (「アニメ」 anime) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่มาจากภาษาอังกฤษว่า แอนิเมชัน (animation)
ซึ่งมาจาก ภาษาฝรั่งเศส อานีเม่ (animé) และจากภาษาละติน แปลว่าเคลื่อนไหว หรือภาพเคลื่อนไหว
แต่ความหมายกลายจนเป็นคำเฉพาะของภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ภาพยนตร์การ์ตูน ภายนอกประเทศญี่ปุ่น
อะนิเมะหมายถึงภาพยนตร์การ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่นซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะทางศิลปะแตกต่างกับภาพยนตร์การ์ตูนจากแหล่งอื่นๆ
อะนิเมะส่วนใหญ่จะวาดขึ้นด้วยมือ แต่ปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยสร้างอะนิเมะอย่างแพร่หลาย
อะนิเมะส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อให้ความบันเทิงเหมือนภาพยนตร์
โดยมีแนวเรื่องหลากหลายและครอบคลุมแนววรรณกรรมเกือบทุกแนว อะนิเมะส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นเป็นตอน ๆ
เพื่อฉายทางโทรทัศน์ ส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์
และอีกส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นตอน ๆ เพื่อขายตรงในรูปแบบดีวีดี วีซีดี หรือวีดิโอ ดูมีการทำตอนเฉพาะที่เรียกว่า โอวีเอ
อะนิเมะหลายเรื่องถูกดัดแปลงมาจากมังงะ นอกจากนี้ยังมีอะนิเมะที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์อีกด้วย
อะนิเมะ(アニメ) เป็นคำย่อของ アニメーション ซึ่งเป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษ
(สังเกตได้ว่าเขียนเป็นคะตะคะนะ)แอนิเมชัน(animation) ซึ่งหมายความถึงภาพยนตร์การ์ตูน
คำทั้งสองคำนี้สามารถใช้แทนกันได้ในภาษาญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีรูปย่อเป็นที่นิยมใช้มากกว่า คำว่า อะนิเมะ
มีขอบเขตกว้างครอบคลุมภาพยนตร์การ์ตูนทั้งหมด ไม่จำกัดอยู่ที่แนวหรือรูปแบบของภาพยนตร์การ์ตูนใด ๆ
เจแปนิเมชัน(Japanimation) ซึ่งเกิดจากการผสมคำว่าเจแปน(Japan)กับแอนิเมชัน
เป็นคำอีกคำที่มีความหมายเหมือน อะนิเมะ&คำนี้นิยมใช้กันมากในทศวรรษที่ 1970 และ 1980
แต่มีคนใช้น้อยลงตั้งแต่ปี 1990 และหมดความนิยมลงก่อนกลางทศวรรษที่ 1990
ขณะที่ในปัจจุบันคำนี้ถูกใช้อยู่แค่ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อแบ่งแยกระหว่างภาพยนตร์การ์ตูนทั่วๆ ไป
(ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกรวม ๆ ว่า อะนิเมะ) และภาพยนตร์การ์ตูนที่ผลิตภายในประเทศ…

View More อนิเมะ คืออะไร?

สการ์เล็ต โจแฮนน์สัน กับที่มาของกระแสต่อต้านจนต้องถอนตัวหนังใหม่

สการ์เล็ต โจแฮนน์สัน นักแสดงสาวชื่อดังและถือเป็นเบอร์ต้นๆ
ของวงการฮอลลีวู้ด แฟนหนังหลายๆ
คนอาจจะรู้จักและคุ้นเคยกับเธอในบทบาทของสายลับสาว นาตาชา โรมานอฟ หรือ
แบล็ควิโดว์ จากภาพยนตร์ฮีโร่ของมาร์เวล
แต่นอกเหนือจากเธอก็ยังคงรับงานแสดงในบทภาพยนตร์อื่นๆ
ดังเช่นนักแสดงทั่วไปในฮอลลีวู้ด เพื่อท้าทายความสามารถของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
แต่ก็เป็นสัจธรรมอย่างหนึ่ง เมื่อมีด้านบวกก็ย่อมเจอด้านลบ
ไม่ว่าเป็นใครก็ไม่อาจหนีพ้นกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอยู่เรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้คือภาพยนตร์เรื่อง Ghost in the Shell
ที่เธอรับบทเป็นตัวละครจากต้นฉบับแอนิเมชั่นซึ่งเป็นชาวเอเชีย
แม้จะมีอธิบายถึงที่มาของการเปลี่ยนแปลงแล้วก็ตามในภาพยนตร์
แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับจากแฟนหลังเท่าไหร่นัก
และเคสล่าสุดกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เธอตกลงรับแสดงก็โดนกระแสต่อต้านอย่างหนัก
หน่วง จนถึงกับต้องประกาศถอนตัวไปในทันที
RubTug คือชื่อของภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เธอตัดสินใจร่วมแสดง
เธอจะรับบทเป็นตัวละครชายข้ามเพศ
ที่เปลี่ยนตัวเองจากผู้หญิงเป็นผู้ชายเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการมาเฟีย
แต่เมื่อมีประเด็นละเอียดอ่อนแบบนี้
ทำให้การตัดสินใจร่วมแสดงในเรื่องนี้ต้องโดนกระแสต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่ม
Transgender
โดยพวกเขาได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความไม่เหมาะสมที่สการ์เล็ตเลือกนำแสดงเป็นตัว
ละครนี้ จนในที่สุด สการ์เล็ต ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Out
ว่าจะขอถอนตัวจากบทบาทในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว
“จากการตั้งคำถามที่เกิดขึ้นมากมายระหว่างที่ฉันตัดสินใจแสดงเป็น Dante Tex Gill
ฉันได้ตัดสินใจด้วยความเคารพอย่างสูงว่าจะถอนตัวจากการมีส่วนร่วมในโปรเจ็คต์นี้
ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมายจากสังคมกลุ่มนี้ตั้งแต่ฉันได้เริ่มต้นคัดเลือกบทดังกล่าว
และเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่อ่อนไหวทางความรู้สึก” สการ์เล็ตชี้แจงผ่านสื่อ
ประเด็นเรื่องการเลือกนักแสดงมารับบทบาทที่ไม่ตรงกับเพศของนักแสดงนั้นยังเป็นประเ
ด็นที่ถูกนำมาถกเถียงอย่างต่อเนื่องในสังคมฮอลลีวูด
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านการให้โอกาส หรือความเท่าเทียมก็ตาม
แต่ก็ใช่ว่าการนำนักแสดงที่มีเพศชายหรือหญิงมาแสดงเป็น Transgender
จะไม่เคยเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เอ็ดดี้ เรดเมนย์ ก็เคยรับบทเป็น ลิลี่ เอลบี
หญิงข้ามเพศในภาพยนตร์เรื่อง The Danish Girl จนสามารถเข้าชิงรางวัลออสการ์
สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม
เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าในท้ายที่สุดแล้ว ภาพยนตร์เรื่อง RubTug
จะหาทางออกอย่างไร และมีทิศทางออกมาในรูปแบบไหน…

View More สการ์เล็ต โจแฮนน์สัน กับที่มาของกระแสต่อต้านจนต้องถอนตัวหนังใหม่

เดากันไปเรื่อย! แฟนๆ โหวตเจ้าของบท เจมส์ บอนด์ คนต่อไป

หลังจากที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า ภาคต่อของภาพยนตร์ James Bond
สายลับสัญชาติอังกฤษในภาคต่อไป จะเป็นภาคสุดท้ายที่เดเนียล เครก
จะรับบทสายลับรหัส 007 แม้จะยังไม่มีเนื้อเรื่องย่อ หรือข้อมูลใดๆ เปิดเผยออกมา
แต่โปรเจคต์การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็กำลังจะเริ่มต้นการถ่ายทำในช่วงเดือนธันวาคมในปีนี้
โดยทางด้านของโปรดิวเซอร์ของเฟรนไชส์นี้อย่าง Barbara Broccoli
ก็จะเริ่มสรรหานักแสดงคนใหม่มารับบทดังกล่าวหลังปี 2020 ซึ่งในระหว่างนี้
เพื่อไม่ให้รอจนกร่อยเกินไป เหล่าแฟนหนังก็ได้แต่เสนอไอเดีย
โดยทำโพลเพื่อโหวตคนที่จะมารับบทดังกล่าวนี้ไปพลางๆ
โดย ODEON โรงภาพยนตร์ชื่อดังของประเทศอังกฤษ
ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นแฟนหนังชาวอังกฤษกว่า 1,000 คน
โดยสอบถามว่านักแสดงชาวอังกฤษคนไหนที่พวกเขาอยากจะให้มารับบทเป็น เจมส์
บอนด์ คนต่อไป ซึ่งผลออกมาว่า
อันดับที่ 5 เจมส์ นอร์ตัน (5%)
อันดับที่ 4 ไอเดน เทอร์เนอร์ (5%)
อันดับที่ 3 ทอม ฮิดเดิลสตัน (11%)
อันดับที่ 2 ทอม ฮาร์ดี้ (22%)
อันดับที่ 1 ไอดริส อัลบา (26%)
ทางด้านของเจ้าตัว ไอดริส เอลบ้า ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Good Morning Britain
ในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Yardie โดยผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เขาเป็น 007
คนต่อไปหรือไม่? ซึ่งไอดริสได้ตอบกลับสั้นๆ ว่า “ไม่”
ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ตอบคำถามอะไรเพิ่มเติมอีก ซึ่งค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า
สายลับรหัส 007 คนต่อไปคงจะไม่ใช่เขาคนนี้อย่างแน่นอน
แต่อย่างไรก็ตาม แฟน ๆ ก็ยังคงมีหวังอยู่ว่านี่อาจเป็นเรื่องที่เขายังไม่สามารถเปิดเผยได้
เพราะก่อนหน้านี้ ไอดริส เอลบ้าก็ได้โพสต์ทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขาปั่นหัวแฟนๆ
ในเชิงว่าเขาคือคนที่รับบท James Bond คนต่อไปมาแล้ว
ซึ่งกว่าที่เราจะได้รู้ว่าใครจะมารับบทเจมส์ บอนด์คนต่อไป
คงเป็นเรื่องในอนาคตที่ต้องรอกันอีกสักพัก เพราะในตอนนี้ภาพยนตร์เจมส์
บอนด์ส่งท้ายของ เดเนียล เครก ก็กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการสร้างพอดี
แม้ว่าจะติดขัดปัญหากับการต้องหาตัวผู้กำกับคนใหม่มาแทนแดนนี่
บอยล์ที่ถอนตัวไปก็ตาม เราคงต้องรอติดตามกันว่า
อนาคตของแฟรนไชส์สายลับนี้จะออกมาเป็นอย่างไร…

View More เดากันไปเรื่อย! แฟนๆ โหวตเจ้าของบท เจมส์ บอนด์ คนต่อไป

ความแตกต่างของอนิเมะกับการ์ตูน

หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่า อมิเมะ นั้นคืออะไร
จริงๆแล้วมันก็คือการ์ตูนนี่แหละ
แต่ทว่าเพราะอมิเมะอนิเมะซีรี่ย์การ์ตูนที่ออกอากาศทางอินเตอร์เน็ต
หรือทางฟรีทีวี หลายคนก็มักจะเรียกตามแบบภาษาญี่ปุ่น อมิเมะ
แต่แบบบ้านเราเรียกว่าการ์ตูน แต่สำหรับแฟน ๆ ที่จดจ่อกับการชมซีรี่ย์
2 มิติพวกนี้จะชินมากที่สุดกับคำว่า อนิเมะ สำหรับพวกเขานั้น คำว่า
อนิเมะ และ การ์ตูน เป็นสิ่งที่แตกต่างกันมาก
เป็นที่น่าสงสัยเหมือนกันว่าในมุมมองของพวกเขาแล้วนั้น
มันแตกต่างกันอย่างไร
นี่คือความสับสนและไม่ใช่ครั้งแรกของทุกคนที่เจอ เพราะทั้ง
อนิเมะและการ์ตูน ต่างก็เป็นภาพเคลื่อนไหวที่เหมือนกัน
แต่กระนั้นมันก็ไม่ได้หมายความว่า
ทั้งสองคำนี้จะมีความหมายที่เหมือนกัน ซึ่งจริงๆแล้ว
นั้นมีความแตกต่างกัน แม้ว่าจะเป็นภาพเคลื่อนไหวเหมือนกันก็ตาม
ซึ่งจุดที่แตกต่างกันนั้นคือ
อนิเมะมักจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างอย่างเช่น การออกแบบของตัวละคร
การอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสอง
ซึ่งอนิเมะที่มีการผลิตออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวเป็นเรื่องเป็นราวจากญี่
ปุ่นนั้น มาในรูปแบบที่แตกต่างกันตลอดอยู่แล้ว อย่างเช่นทีวีซีรีส์ เช่น
ดราก้อนบอล, นารูโตะ และ อื่นๆ ที่จะมีมาทั้งแบบการเป็น อนิเมะ
หนังสั้น และภาพยนตร์เรื่องยาว
แต่การ์ตูนสองมิติธรรมดานั้นจัดว่าเป็นภาพอาร์ตที่แสดงภาพวาดที่ไม่ค่
อยสมจริงหรือเป็นแค่ภาพเคลื่อนไหวแบบกึ่งสมจริงนั่นเอง
โดย ตัวการ์ตูนที่ถูกออกแบบในการวาดออกมาเพื่อเป็น
การ์ตูนมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป
ทั้งลักษณะของใบหน้าและทางกายภาพที่มีลักษณะไม่เหมือนจริงกับควา
มเป็นจริงมาก อาทิเช่น
ดวงตาขนาดใหญ่ของพวกเขาและปากเล็กที่ถูกสร้างขึ้นเพราะความน่า
รัก มือลักษณะต่างๆ อื่น ๆ เราสามารถพูดได้ว่า

การ์ตูนนั้นจะมีลักษณะทางกายภาพที่อยู่ห่างไกลจากความเป็นจริงมาก
กว่า อนิเมะ
ส่วนทางด้านของ อนิเมะ นั้นจะสร้างให้มีความสมจริง
ใกล้ชิดและอิงเหตุการณ์ สถานการณ์ในปัจจุบันอย่างมาก
อิงเหตุผลที่จับต้องได้ มีความสมจริง
หรืออิงปัญหาในชีวิตจริงหรือสิ่งที่มีความใกล้ชิดกับอารมณ์ความรู้สึกข
องมนุษย์เป็นหลัก และมี อนิเมะ
จำนวนมากที่ทำออกมาใกล้เคียงกับละครทีวีดราม่า เช่น
ชีวิตในโรงเรียน ชีวิตคู่รัก, โรแมนติก, สยองขวัญ และอื่นๆอีกมากมาย

โดยความชัดเจนในเรื่องความแตกต่างระหว่างทั้งสองประเภทนี้นั้น
ก็เป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่มักจะยอมรับกันทั้งนั้น
ความสับสนระหว่างคำสองคำนี้ก็เลยสิ้นสุดลง และ อนิเมะกับการ์ตูน
ก็เลยถูกแยกความเหมือนกันให้แตกต่างกันออกไป หรือจะเรียกง่ายๆ
ทั้งสองอย่างนั้นสร้างมาเพื่อสร้างความบันเทิง
แต่จุดมุ่งหมายรายละเอียดนั้นต่างกัน การ์ตูน
จะเน้นในเรื่องของความสนุก ส่วน อนิเมะ มีการอิงถึงเหตุการณ์จริงๆ
ในปัจจุบัน เหมือนกับละครในคาบการ์ตูน…

View More ความแตกต่างของอนิเมะกับการ์ตูน

Hidden Figures ทีมเงาอัฉริยะ

Hidden Figures
ชื่อภาษาไทย : ทีมเงาอัฉริยะ
ประเภท : ภาพยนตร์
แนว : Drama
ผู้กำกับ : Theodore Melfi
ค่าย : FOX
ฉาย : 6 มกราคม 2017 (อเมริกา)
ภาพยนตร์ที่รอชมตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว Hidden Figures ทีมเงาอัจฉริยะ
หนังที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์สาขา “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” เรื่องสุดท้ายที่ได้เข้าฉายในบ้านเรา (ณ
เวลานี้ยังไม่มีค่ายไหนซื้อ Fences มาขายที่ไทย) นอกจากสาขา “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” ภายใต้ผู้กำกับTheodore Melfi
Hidden Figures หนังสร้างจากเรื่องจริง (Based on True Events) ของสามสาวผิวสีที่ทำงานใน NASA ได้แก่
ทาราจิ พี. เฮนสัน, ออกเตเวีย สเปนเซอร์ และ จาแนล โมเน
ด้วยคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันออกไปกลายเป็นสามสาวสามสไตล์ที่สนิทกัน
แม้ว่าเส้นเรื่องของภาพยนตร์จะเน้นหนักไปที่แต่รับรองสนุกแน่นอน
เรื่องย่อ
ว่าด้วยเรื่องราวที่ไม่ได้รับการเปิดเผยสุดทึ่งของ แคทเธอรีน จอห์นสัน รับบทโดย ทาราจิ พี. เฮนสัน (Taraji
P. Henson), โดโรธี วอห์น รับบทโดย ออกเตเวีย สเปนเซอร์ (Octavie Spencer) และ แมรี แจ็คสัน
รับบทโดย จาเนล โมเน (Janelle Monáe)
สาวแอฟริกันอเมริกันผู้ชาญฉลาดในภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์ ในการส่งมนุษย์อวกาศ
โดยในการระดมความคิดระดับแถวหน้านั้น
ยังมีผู้หญิงผิวสีที่สามคนความสามารถของพวกเธอคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่อยู่ที่เพศ สีผิว และเชื้อชาติ
ไม่ว่าจะเป็น Octavia Spencer หรือ Viola Davis หรือ Naomie Harris ที่จะได้ออสการ์ สาขา Best Supporting
Actress ปีนี้ไป นั่นก็ไม่สำคัญ เพราะไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จของใคร
มันก็ล้วนแต่เป็นก้าวสำคัญของคนผิวสีและมวลมนุษยชาติทุกคน
https://youtu.be/XJMPi_dnznU ตัวอย่าง…

View More Hidden Figures ทีมเงาอัฉริยะ

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1973 : The Exorcist

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1973เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น The Exorcistหรือหมอผีเอ็กซอร์ซิสต์
ภาพยนตร์สยองขวัญระดับตำนานที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีในชื่อเดียวกัน ภายใต้มือการกำกับของ วิลเลียม ฟรีดกิ้น
ภาพยนตร์เรื่อง The Exorcist หรือ หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์กล่าวถึงเรื่องราวของ เรแกน แม็กเนล เด็กหญิงวัย 12 ขวบ
ซึ่งเป็นบุตรของ คริส แม็กเนล นักแสดงหญิงเลื่องชื่อเล่นผีถ้วยแก้วเพื่อติดต่อกับสิ่งมีชีวิตลึกลับชื่อ กัปตันฮาวดี
นับตั้งแต่นั้น เรแกน ก็เริ่มมีพฤติกรรมผิดแปลกออกไปเช่นชี้หน้าด่านักบินอวกาศซึ่งเป็นเพื่อนของแม่
แถมมีกำลังทางกายภาพที่มากมายมหาศาล จน คริสต้องพาไปพบจิตแพทย์
แต่ทุกคนลงความเห็นว่าไม่มีอาการเกี่ยวข้องกับจิตผิดปกติกระทั่งคืนหนึ่ง เรแกน เหวี่ยงพี่เลี้ยง เบิร์ก เดนนิงส์
ทะลุหน้าต่างลงมาตาย หลวงพ่อ เดเมียน คาร์ราสในฐานะนักจิตวิทยา จึงเข้าสอบปากคำ เรแกน
ก่อนจะพบว่าเธอโดนผีเข้าสิง และได้เชิญหลวงพ่อ แลงแคสเตอร์เมอร์ริน
สุดท้าย หลวงพ่อ แลงแคสเตอร์ เมอร์ริน และ หลวงพ่อเดเมียน คาร์ราส จะจัดการกับวิญญาณที่สิง เรแกน ได้หรือไม่
งานนี้เพื่อนๆ คงต้องไปหาคำตอบกันเอาเองในภาพยนตร์ The Exorcist หรือ หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์ รับประกัน 122 นาทีจะไม่สูญเปล่า
ซึ่งนอกจากเนื้อเรื่องที่อ้างอิงมาจากเรื่องจริงแล้ว สิ่งที่ทำให้
The Exorcist หรือ หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์ได้รับการพูดถึงตั้งแต่ยังไม่เข้าฉาย
ก็คือเรื่องราวลึกลับในกองถ่ายทำภาพยนตร์ที่ส่งผลให้การดำเนินงานต่างๆ เป็นไปด้วยความลำบากอาทิเช่น
บุตรชายทารกของนักแสดงนำคนหนึ่งถูกรถจักรยานยนตร์ชนจนต้องเข้าโรงพยาบาล จึงเกิดร่ำลือกันว่ามีอาถรรพ์ในกองถ่าย
นอกจากนี้การใช้เอฟเฟกต์พิเศษที่ซับซ้อนและสภาพของสถานที่ถ่ายทำ ก็นำมาซึ่งความท้าทายหลายข้อ
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหาก The Exorcist หรือหมอผีเอ็กซอร์ซิสต์ จะกวาดรายได้ทั่วโลกไปมากกว่า 400
ล้านดออลาร์ จากทุนสร้างแค่ 10 ล้านดอลลาร์และเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกที่เข้าชิงอคาเดมี่ อวอร์ด
ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอย่างไรก็ตาม แม้เทคนิคการถ่ายทอด The Exorcist หรือ
หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์ จะได้รับการยกย่องอย่างสูงในยุคนั้นแต่หากตัดภาพมาในปัจจุบัน แม้จะไม่ได้แย่
ทว่าโปรดัคชั่นดังกล่าวก็ยังดูล้าหลังอยู่บ้างและไม่มีฉากผีโผล่ออกมาให้ตกใจมากนักดังนั้น
หากใครคาดหวังว่าภาพยนตร์สยองขวัญที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์อย่าง The Exorcist หรือ
หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์ จะทำให้คุณเอาแต่หลับตาไม่กล้าดูเราขอบอกว่าคุรกำลังคิดผิด
เพราะคีย์หลักของภาพยนตร์เรื่อง The Exorcist หรือหมอผีเอ็กซอร์ซิสต์ ที่ผู้กำกับ วิลเลียม ฟรีดกิ้น
ต้องการนำเสนอคือการทำความเข้าใจกับเนื้อเรื่องและตัวละครทุกตัว หากคุณนั่งดูอย่างตั้งใจ
คุณจะพบว่าหนังเรื่องนี้บีบหัวใจอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว…

View More ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1973 : The Exorcist

ภาพยนต์sci-fi ต่างประเทศที่ไม่ควรพลาด

ภาพยนต์ sci-fi นั้นคือการนำวิทยาศาสตร์และจินตนาการสุดล้ำลึกมาผสมผสานกัน
สร้างเป็นหนังแนวอนาคตเน้นการนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ วิทยาการ หรือเทคโนโลยีก้าวล้ำ
อันส่งผลกระทบต่อบุคคลหรือต่อสังคมโลก โดยมีการดูอย่างง่ายๆว่าหนังเรื่องนั้นเป้นหนังแนว sci-fi หรือไม่

1.การเดินทางท่องอวกาศ-ท่องกาลเวลา
การเดินทางออกนอกโลกเพื่อปฏิบัติภารกิจบางอย่าง
หรือการสำรวจอวกาศยังต่างดาวอื่นๆหรือแม้กระทั้งการเดินทางผ่านกาลเวลาแบบ ย้อนอดีต ท่องอนาคต
หรือมิติคู่ขนาน

2.สิ่งแวดล้อมใหม่แห่งโลกอนาคต
ผลกระทบจากวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีต่อวิถีผู้คนในสังคมหรือสิ่งมีชีวิ ตอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็นเชิงสิ่งแวดล้อม/ภัยธรรมชาติ ระบบเศรษฐกิจ ระบบการเมือง หรือแม้แต่ประเด็นทางศาสนา-
ลัทธิความเชื่อ

3.วิทยาการ-เทคโนโลยีสุดล้ำ
การมีสิ่งประดิษฐ์หรือ อุปกรณ์เทคโนโลยี-นวัตกรรมล้ำสมัย
อาทิระบบคอมพิวเตอร์,หุ่นยนต์,หรือองค์ความรู้วิทยาการล้ำยุคอย่างนาโนเทคโนโลยี พันธุวิศวกรรม การโคลนิ่ง

4.สิ่งมีชีวิตพิเศษเหนือธรรมดาหรือลี้ลับ
อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดนอกโลก อาทิ มนุษย์ต่างดาว
สัตว์ประหลาดต่างดาวหรือสิ่งมีชีวิตพิเศษที่เกิดขึ้นภายในโลกเอง ซึ่งมักเกิดจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์
หรือการกลายพันธุ์วิวัฒนาการตามธรรมชาติ

ภาพยนต์ที่ไม่ควรพลาด
1.Sunshine
เริ่มต้นเรื่องว่าด้วยการจุดระเบิดดวงอาทิตย์ ส่งผลให้โลก เย็นตัวลง
ยานอวกาศพร้อมลูกเรือจำนวนหนึ่งก็ได้พากันเอาลูกระเบิดที่ร้าย
แรงที่สุดเท่าที่มนุษย์จะมีปัญญาทำได้ออกเดินทางเพื่อไปหย่อนลงแกนกลางดวง
อาทิตย์เพื่อให้กลับมาเจิดจ้าอีกครั้ง
2.Space Cowboys
พูดถึงอดีตทีมนักบินที่เก่งกาจซึ่งต้องกลับไปช่วยนาซ่าทำภารกิจซ่อมแซม
ดาวเทียมรุ่นเก่าแก่อีกครั้งเนื่องจากคนยุคใหม่ๆนั้นไม่มีใครซ่อมมันเป็น แล้ว
พวกคนที่ปลดเกษียณไปจึงต้องรวมพลออกไปทำภารกิจกันอีกครั้ง
3.Space Brothers
เรื่องราวของสองพี่น้องที่สัญญากันไว้ว่าจะต้องเป็นนักบินอวกาศด้วยกันให้ได้ แต่สุดท้ายคนน้องกลับไปถึงฝันก่อน
คนพี่จึงขอเดินตามความฝันด้วย
4.Event Horizon
ยานกู้ภัยลำหนึ่งที่ต้องเข้าไปกู้ซากยาน Event Horizon ที่สาปสูญไประหว่างเดินทางข้ามมิติ
แล้วมันกลับปรากฏมาอีกครั้งพร้อมสัญญาณขอความช่วยเหลือ
ซึ่งนั่นก็เกิดเป็นคำถามขึ้นมาว่าช่วงที่มันหายไปนั้นมันหายไปไหนมาเพราะว่า
ข้อความสุดท้ายที่ปรากฏอยู่ในยานมันคือคำว่า & Yourself&
5.Serenity
สองพี่น้องที่บังเอิญไปรู้ความลับบางอย่างของจักรวรรดิแห่งหมู่จักรวาลเข้า
เลยต้องมาอาศัยทีมสลัดอวกาศพเนจรให้ช่วยพาหลบหนีการตามล่า
และในขณะเดียวกันพวกเขาก็พยายามจะเปิดโปงความจริงที่รู้มาให้ทั้งกาแลคซี่ ล่วงรู้ไปด้วย จุดเด่นที่สุดของเ
Joss Whedon คือการบริหารจัดการให้ตัวละครจำนวนมากในหนัง
ให้ได้มีที่ยืนของตัวเองที่โดดเด่นพอจะให้คนจดจำแม้ว่าจะไม่ได้เป็นตัว ดำเนินเรื่องหลักก็ตาม
แทบทุกตัวละครจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจและจับต้องได้…

View More ภาพยนต์sci-fi ต่างประเทศที่ไม่ควรพลาด